<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270</id><updated>2012-02-17T01:58:09.104+07:00</updated><title type='text'>&gt;&gt;&gt; black &lt;&lt;&lt;</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>34</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-3385468161382259682</id><published>2007-11-11T07:50:00.000+07:00</published><updated>2007-11-11T07:50:22.119+07:00</updated><title type='text'>Black-*-+</title><content type='html'>&lt;div style="width:480px; text-align: center;"&gt;&lt;embed type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" src="http://w239.photobucket.com/pbwidget.swf?pbwurl=http://w239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/e76cc1c6.pbw" height="360" width="480"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;a href="http://photobucket.com" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://pic.photobucket.com/album/slideshow/wrapper_logo.gif" style="float:left;border-width: 0;" &gt;&lt;/a&gt;&lt;a href="http://s239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/?action=view&amp;current=e76cc1c6.pbw" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://pic.photobucket.com/album/slideshow/wrapper_viewshow.gif" style="float:right;border-width: 0;" &gt;&lt;/a&gt;&lt;a href="http://photobucket.com/slideshow?action=landing" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://pic.photobucket.com/album/slideshow/wrapper_getyourown.gif" style="float:right;border-width: 0;" &gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-3385468161382259682?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/3385468161382259682/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=3385468161382259682&amp;isPopup=true' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/3385468161382259682'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/3385468161382259682'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/black.html' title='Black-*-+'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-7555843174308451005</id><published>2007-11-10T15:08:00.001+07:00</published><updated>2007-11-10T15:08:49.689+07:00</updated><title type='text'>ไม่มีกำลังใจ..ทำอย่างไรดี</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;blockquote&gt;ท่านคงจะเคยได้ยินได้ฟังคนอื่นพูดหรือบ่นอยู่เสมอว่า ไม่ค่อยมีกำลังใจจะทำอะไรเลย โดยความเป็นจริงแล้ว มนุษย์เราทุกคนเมื่อเกิดมาย่อมต้องการความรัก ความอบอุ่น ความสุขสมหวัง ความสำเร็จ ความร่ำรวย ตลอดจน ร่างกายที่แข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บด้วยกันทั้งนั้น แต่ก็มิใช่ว่าจะประสบกับความสุขสมหวังเสมอไป บางครั้งอาจจะต้องประสบกับความผิดหวัง ในสิ่งที่พึ่งปรารถนาไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม บางคนก็สามารถ แก้ปัญหาเหล่านั้นได้ แต่ก็มีหลายรายที่ไม่สามารถปัญหาได้ตามที่คาดหวังไว้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ที่ขาดกำลังใจนั้น มักจะมีความรู้สึก เบื่อหน่าย ท้อแท้ หดหู่ เซื่องซึม ไม่กระตือรือร้นที่จะกระทำกิจกรรมใดๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อท่านมีความรู้สึกขาดกำลังใจเช่นว่านี้ก็อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ จงพยายามค้นหา ใคร่ครวญ ตรึกตรอง พินิจพิจารณาถึงสาเหตุแห่งความผิดหวังหรือความล้มเหลวนั้นซึ่งสาเหตุของการหมดกำลังใจ มีได้หลายสาเหตุ ได้แก่ &lt;/blockquote&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ด้านร่างกาย อาจจะเป็นเพราะว่าร่างกายไม่สมประกอบ มีโรคประจำตัว เจ็บป่วยเรื้อรัง ซึ่งจะต้องได้รับการรักษาติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ทำให้สุขภาพร่างกายอ่อนแอ ไม่สามารถทำงานได้เหมือนผู้อื่น สิ่งเหล่านี้มีผลต่อจิตใจ ทำให้เกิดความท้อแท้ เบื่อหน่ายหมดกำลังใจได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ด้านจิตใจ อาจเกิดขึ้นโดยรู้ตัว คือรู้ตัวว่ามีปัญหาและรู้ว่าปัญหานั้นมีสาเหตุมาจากอะไร แต่ไม่สามารถขจัดหรือแก้ปัญหานั้นได้ จึงเกิดความไม่สบายใจเมื่อไม่ได้ในสิ่งที่พึงปรารถนา หรืออาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว คือไม่รู้ว่าทำไมจึงไม่มีกำลังใจ เงินทองก็มีใช้ ตำแหน่งหน้าที่การงานก็ดี แต่ถ้าเราค่อยๆ พิจารณาไตร่ตรองดู ก็จะรู้ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร สาเหตุอาจจะอยู่ลึกๆ หรือฝังใจมาตั้งแต่เด็กจนเราอาจนึกไม่ถึงก็เป็นได้ เช่น มีความน้อยเนื้อต่ำใจในรูปร่างของตัวเอง ความไม่ยุติธรรมของพ่อแม่หรืออาจจะรู้สาเหตุแต่ไม่ยอมรับ จึงเกิดอาการท้อแท้ เบื่อหน่าย ไม่มีกำลังใจที่จะปฏิบัติกิจกรรมใดๆ ให้เป็นผลดีได้เท่าที่ควร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ด้านสังคม คือ ไม่มีใครรัก ไม่มีใครสนใจ เมื่อตนทำดีแล้ว แต่ไม่มีใครเห็นความดี เช่น ทำงานมาหลายปี แต่เจ้านายไม่เคยเห็นความดี หรือความสำคัญของตนเลย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;blockquote&gt;วิธีที่จะทำให้เกิดกำลังใจมีดังนี้ &lt;/blockquote&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;1. ก่อนอื่นต้องพยายามหาสาเหตุเสียก่อน ว่าการที่เราไม่มีกำลังใจนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร แล้วพยายามหาทางปรับปรุงแก้ไขและยอมรับเสีย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. อย่าคิดหรือมองว่าตนเองเป็นคนมีปัญหา ไร้ความสามารถ คนอื่นที่เขามีปัญหา ไร้ความสามารถมากกว่าเราก็ยังมีอีกมาก เราต้องมาตั้งใจกระทำใหม่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. อย่ามัวหมกตัวอยู่คนเดียว ลองพูดคุยกับผู้ที่เราไว้ใจ หรือเชื่อถือ อย่างน้อยก็เป็นการระบาย ความอัดอั้นตันใจของเราได้และเราอาจจะได้รับคำแนะนำ ชี้แนะจากเขาผู้นั้นก็เป็นได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4 มองโลกในแง่ดี พยายามทำจิตใจให้สดชื่น อะไรต่างๆ ก็จะดูดีขึ้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. อ่านหนังสือดีๆ อาจจะได้รับความรู้ สิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ แล้วนำมาปรับปรุง แก้ไขให้ดีขึ้น และยังทำให้เราเกิดความเพลิดเพลินอีกด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. ออกกำลังกายตามที่ท่านชอบและถนัด ซึ่งอาจจะทำให้สุขภาพแข็งแรงได้อีกด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. พยายามอย่าปล่อยให้มีเวลาว่างมากเกินไป ควรหางานอดิเรกทำ เช่น หัดทำกับข้าว เย็บปักถักร้อย ทำสวนครัว ฯลฯ เพราะอาจจะสนุกไปกับงานเหล่านั้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. เมื่อตื่นนอน ควรรีบลุกจากที่นอนทันที ควรมีแผนการทำงานของแต่ละวันและทำงาน ด้วยความกระฉับกระเฉง ตั้งใจที่จะกระทำกิจกรรมต่างๆ อย่างจริงจัง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากวิธีที่กล่าวมาข้างต้น อาจจะทำให้ท่านที่ขาดกำลังใจกลับมีกำลังใจขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะส่งผลทำให้ชีวิต ของคุณมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-7555843174308451005?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/7555843174308451005/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=7555843174308451005&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/7555843174308451005'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/7555843174308451005'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/11/blog-post_8519.html' title='ไม่มีกำลังใจ..ทำอย่างไรดี'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-34432381513046344</id><published>2007-11-10T10:16:00.000+07:00</published><updated>2007-11-10T10:16:58.508+07:00</updated><title type='text'>สันคอหมูย่างน้ำจิ้มแจ่ว</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;blockquote&gt;สันคอหมูย่างน้ำจิ้มแจ่ว&lt;/blockquote&gt;&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;blockquote&gt;เครื่องปรุง&lt;br /&gt;เนื้อสันคอหมูแล่ส่วนมันออกบ้าง 500 กรัม &lt;br /&gt;น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ &lt;br /&gt;ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ &lt;br /&gt;พริกไทยป่น 1 ช้อนชา &lt;br /&gt;เกลือ 1/2 ช้อนชา &lt;br /&gt;เหล้า 1 ช้อนโต๊ะ&lt;/blockquote&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;น้ำจิ้ม&lt;br /&gt;น้ำมะขามเปียกต้มสุก 1/2 ช้อนโต๊ะ &lt;br /&gt;น้ำปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ &lt;br /&gt;หอมแดงซอย 1 หัว &lt;br /&gt;ต้นหอม ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนชา &lt;br /&gt;น้ำมะนาว 1/2 ช้อนชา &lt;br /&gt;พริกป่น 1 ช้อนชา &lt;br /&gt;ข้าวคั่ว 1-2 ช้อนชา &lt;br /&gt;น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;blockquote&gt;วิธีทำ&lt;br /&gt;1.  สันคอหมูแล่เป็นชิ้นสำหรับย่าง&lt;br /&gt;2.  ผสมน้ำตาลปี๊บ ซอสหอยนางรม พริกไทยป่น เกลือ เหล้า เข้าด้วยกัน ลองแตะลิ้นชิมดู อย่าให้เค็มหรือหวานมากจนเกินไป&lt;br /&gt; 3.  นำหมูที่แล่ไว้มาเคล้านวดเล็กน้อย เพื่อให้ส่วนผสมเข้าเนื้อหมูหมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที &lt;br /&gt;4.  นำไปย่างไฟกลางค่อนข้างอ่อนจนสุกเหลือง นำมาหั่นเป็นชิ้นบางพอคำ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม&lt;br /&gt;5.  น้ำจิ้ม ผสมน้ำตาลปิ๊บ น้ำปลา น้ำมะขามต้มสุก เข้าด้วยกัน ลองชิมดูให้ได้รสเค็ม เปรี้ยว หวาน (เผื่อรสเปรี้ยวไว้หน่อยเพราะจะต้องใส่น้ำมะนาวอีก) ใส่พริกป่น ข้าวคั่วคนให้เข้ากัน ใส่หอมแดงซอย ต้นหอม ผักชีฝรั่งซอยคนให้เข้ากันเสิร์ฟพร้อมคอหมูย่าง&lt;/blockquote&gt;&lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-34432381513046344?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/34432381513046344/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=34432381513046344&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/34432381513046344'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/34432381513046344'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/11/blog-post_10.html' title='สันคอหมูย่างน้ำจิ้มแจ่ว'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-991866321265616232</id><published>2007-11-07T12:55:00.000+07:00</published><updated>2007-11-07T12:55:19.218+07:00</updated><title type='text'>เทคนิคคลายเครียด</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;blockquote&gt;เทคนิคคลายเครียด&lt;/blockquote&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;strong&gt;ความเครียดเป็นเรื่องของร่างกายและจิตใจ ที่เกิดการตื่นตัวเตรียมรับกับเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ความเครียดเป็นเรื่องที่มีกันทุกคน จะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับสภาพปัญหา การคิด และการประเมินสถานาการณ์ของแต่ละคน ความเครียดเกิดจากสาเหตุสำคัญ 2 ประการ คือ&lt;/strong&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;1. สภาพปัญาหที่เกิดขึ้นในชีวิต เช่น ปัญหาการเงิน ปัญหาการงาน ปัญหาครอบครัว ปัญหาการเรียน ปัญหาสุขภาพ เป็นต้น&lt;br /&gt;2. การคิดและการประเมินสถานการณ์ของบุคคล เราจะสังเกตได้ว่าคนที่มองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน ใจเย็น จะมีความเครียดน้อยกว่าคนที่มองโลกในแง่ร้าย เอาจริงเอาจังกับชีวิตและใจร้อน นอกจากนี้คนที่รู้สึกว่าตัวเองมีคนคอยให้การช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา เช่น มีคู่สมรส มีพ่อแม่ ญาติพี่น้อง มีเพื่อสนิท ก็จะมีความเครียดน้อยกว่าคนที่อยู่โดดเดี่ยวตามลำพัง&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;blockquote&gt;การจัดการกับความเครียด&lt;/blockquote&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;blockquote&gt;แนวทางในการจัดการกับความเครียด มีดังนี้&lt;br /&gt;1 หมั่นสังเกตความผิดปกติทางร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรมที่เกิดจากความเครียด &lt;br /&gt;2 เมื่อรู้ตัวว่าเครียดจากปัญหาใด ให้พยายามแก้ปัญหานั้นให้ได้โดยเร็ว&lt;br /&gt;3 เรียนรู้การปรับเปลี่ยนความคิดจากแง่ลบให้เป็นแง่บวก&lt;br /&gt;4 ผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีที่คุ้นเคย&lt;br /&gt;5 ใช้เทคนิคเฉพาะในการคลายเครียด&lt;br /&gt;การสำรวจความเครียดของตนเอง&lt;/blockquote&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ความเครียดจะส่งผลให้เกิดความผิดปกติทางร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม ดังนี้&lt;br /&gt;ความผิดปกติทางร่างกาย ได้แก ปวดศรีษะไมเกรน ท้องเสีย หรือท้องผูก นอนไม่หลับหรือง่วงเหงาหาวนอนตลอดเวลา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เบื่ออาหารหรอืกินมากกว่าปกติ ท้องอืดเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ประจำเดือนมาไม่ปกติ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น&lt;br /&gt;ความผิดปกติทางจิตใจ ได้แก่ วิตกกังวล คิดมาก คิดฟุ้งซ่าน หลงลืมง่าย ไม่มีสมาธิ หงุพหงิด โกรธง่าย ใจน้อย เบื่อหน่าย ซึมเศร้า เงหา ว้าเหว่ สิ้นหวัง หมดความรู้สึกสนุกสนาน เป็นต้น&lt;br /&gt;ความผิดปกติทางพฤติกรรม ได้แก่ สูบบุหรี่ ดื่มสุรามากขึ้น ใช้สารเสพย์ติด ใช้ยานอนหลับ จู้จี้ขี้บ่น ชวนทะเลาะ มีเรื่องขัดแย้งกับผู้อื่นบ่อย ๆ เงียบขลึม เก็บตัว&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;blockquote&gt;แก้ปัญหาได้ก็หายเครียด&lt;br /&gt;ปัยหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต เป็นสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดความเครียดในช่วงที่ยังแก้ปัญหาไม่ได้จะรู้สึกเครียดมาก เมื่อแก้ปัญหาได้แล้ว ความเครียดจะหมดไป เราจึงจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องเหมาะสมเพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น&lt;/blockquote&gt;&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&lt;blockquote&gt;จงละเว้นการแก้ปัญหาแบบต่าง ๆ ต่อไปนี้&lt;br /&gt;1 อย่า...แก้ปัญหาแบบวู่วาม ใช้อารมณ์เป็นใหญ่&lt;br /&gt;2 อย่า...หนีปัญหา&lt;br /&gt;3 อย่า...คิดแต่จะพึ่งพาผู้อื่นอยู่ร่ำไป&lt;br /&gt;4 อย่า...เอาแต่ลงโทษตัวเอง&lt;br /&gt;5 อย่า...โยนความผิดให้ผู้อื่น&lt;br /&gt;จงแก้ปัญาหอย่าเงป้ฯระบบ ใช้เหตุผลและใช้ความคิดพิจารณาให้ถี่ถ้วน โดย&lt;br /&gt;* คิดหาสาเหตุของปัญหาด้วยใจเป็นธรรม ไม่เข้าข้างตัวเอง ไม่โทษคนอื่น&lt;br /&gt;* คิดหาวิธีแก้ปัญหาหลาย ๆ วิธี ถ้าคิดเองไม่ออก อาจปรึกษาผู้ใกล้ชิด หรือผุ้ทีมีประสบการณ์มากกว่า&lt;br /&gt;* ลงมือแก้ปัญหาตามวิธีที่คิดไว้ อาจต้องใช้ความกล้าหาญ อดทน หรือต้องใช้เวลาบ้างอย่างได้ท้อถอยไปเสียก่อน&lt;br /&gt;* ประเมินผลดูว่าวิธีที่ใช้ได้ผลหรอืไม่ ถ้าไม่ได้ผลก็เปลี่ยนไปใช้วธีอื่นๆ ที่เตียมไว้ จนกว่าจะได้ผล&lt;/blockquote&gt;&lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-991866321265616232?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/991866321265616232/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=991866321265616232&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/991866321265616232'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/991866321265616232'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/11/blog-post.html' title='เทคนิคคลายเครียด'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-732044389533274108</id><published>2007-11-07T12:43:00.001+07:00</published><updated>2007-11-07T12:43:47.658+07:00</updated><title type='text'>พรหมลิขิตหรือกรรมลิขิต</title><content type='html'>&lt;blockquote&gt;&lt;strong&gt;พรหมลิขิตหรือกรรมลิขิต&lt;/strong&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;             &lt;strong&gt;&lt;blockquote&gt;ตั้งแต่เกิดมาเรามักเชื่อว่าเป็นเพราะพระพรหมลิต ขีดเส้นเกณฑ์ชะตาชีวิต ให้เราเป็นไปต่างๆนานา &lt;br /&gt;แต่โดยแท้ที่จริงแล้วใครกันแน่ที่สามารถขีดเส้นเกณฑ์ชะตาลิขิตชีวิตมนุษย์ได้&lt;/blockquote&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;                โดยแท้จริงแล้วท่านทั้งหลายนั่นแหละที่สามารถลิขิตชีวิตของตนเองได้ เพราะการกระทำ  คือ กรรมลิขิต  การกระทำทั้งหลายทั้งดี ทั้งชั่ว เลว ทราม ควร ไม่ควร เหมาะสม ไม่เหมาะสม นั่นต่างหากลิขิตชีวิตของท่านทั้งหลาย ชาตินี้ท่านเกิดมาอาจคิดว่าไม่ได้ทำกรรมอะไรทำไมจึงลำบากทุกข์ยากนักหนา แต่เมื่อชาติก่อน ๆ ที่ท่านเกิดกระทำกรรมต่าง ๆ มาท่านลืมจนหมดสิ้นนึกคิดจดจำไม่ได้ จึงคิดว่าเป็นเรื่องของพรหมลิขิต แต่แท้จริงแล้วท่านนั่นแหละเคยก่อกรรมทำเข็ญมามากมาย ท่านจึงเป็นผู้ลิขิตชีวิตตนเอง จงอย่าไปโทษพระพรหมท่านให้เหนื่อยยากเลย &lt;br /&gt;                &lt;strong&gt;&lt;blockquote&gt;กรรมดี&lt;/blockquote&gt;&lt;/strong&gt; หากท่านเป็นผู้มีความละอายเกรงกลัวต่อบาปกรรม ไม่คิดร้ายทำลายล้างชีวิตมนุษย์และชีวิตสัตว์ ไม่พูดจาโกหกพกลม ไม่ดื่มสุราและของมึนเมา ไม่ลักขโมยของผู้อื่น ไม่ประพฤติผิดในกาม นั่นแหละท่านได้ลิขิตการกระทำที่ดีปลูกฝังประทับในจิตในใจของตนเอง เรียกว่า ประทับความดีไว้ในใจ ทำให้เป็นบ่อเกิดของกรรมดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;blockquote&gt;กรรมชั่ว&lt;/blockquote&gt;&lt;/strong&gt; หากท่านเป็นผู้ที่ทำผิด ก่อกรรมทำเข็ญ อาฆาต พยาบาท คิดร้ายมุ่งร้ายชีวิตคนและสัตว์อื่น ขายอาวุธ ค้ามนุษย์  ค้ายาเสพติด เล่นการพนัน ดื่มสุราเมรัย นั่นแหละท่านได้ลิขิตการกระทำที่ไม่ดีปลูกฝังประทับในจิตในใจของตนเอง เรียกว่า ประทับความชั่วเลวทรามไว้ในใจของตนเอง ทำให้เป็นบ่อเกิดของกรรมชั่ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                 &lt;strong&gt;&lt;blockquote&gt;ใครกันแน่ที่สามารถลิขิตชีวิตของท่านได้ พระพรหมลิขิต หรือกรรมลิขิต กันแน่ &lt;/blockquote&gt;&lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-732044389533274108?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/732044389533274108/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=732044389533274108&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/732044389533274108'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/732044389533274108'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/11/blog-post_2237.html' title='พรหมลิขิตหรือกรรมลิขิต'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-8320087275196296681</id><published>2007-11-07T12:30:00.001+07:00</published><updated>2007-11-07T12:30:04.700+07:00</updated><title type='text'>Winter</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;blockquote&gt;ลมหนาว คือ อาคันตุกะ ที่จะมาเยือนทุกปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังเพื่อนคนหนึ่งที่ไม่เคยลืมเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาเดินทางมาอย่างช้าๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หอบสัมภาระเล็กน้อยติดมือมาเป็นของฝาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คือ ความเหงา และความหนาวเหน็บ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้เราไม่ต้องการสิ่งเหล่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ทุกครั้ง เราก็รับมันไว้โดยดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครั้งนี้ ปีนี้ อีกไม่นานเพื่อนเก่าคงเดินทางมาถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อเยี่ยมเยือนเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้เวลาเปิดประตูรับเขา เข้ามาอีกครั้งแล้วสินะ&lt;/blockquote&gt;&lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-8320087275196296681?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/8320087275196296681/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=8320087275196296681&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/8320087275196296681'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/8320087275196296681'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/11/winter.html' title='Winter'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-3110439886298785211</id><published>2007-11-07T12:28:00.001+07:00</published><updated>2007-11-07T12:28:14.463+07:00</updated><title type='text'>7วิธีทำให้สมองฉลาดขึ้น</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;blockquote&gt;7วิธีทำให้สมองฉลาดขึ้น&lt;/blockquote&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;1.ให้สมองทำงาน ตอบสิว่าอะไรคือสิ่งแรกที่คุณจะทำเพื่อพัฒนาสนองอุปกรณืที่ลับสมองได้ดีที่สุดก็คือ...รองเท้าผ้าใบค่ะ งงล่ะสิ เมื่อใดที่คุณสวมรองเท้าผ้าใบคุณสามารถกระตุ้นอาการเต้นของหัวใจได้คำแนะนำที่ดีที่สุดก็คือการออกกำลังกายค่ะมันสามารถช่วยให้ลดการสูญเสียเนื้อเยื่อในสมองได้ค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.ให้อาหารสมอง การกินอาหารที่มีโมเลกุลที่สามารถต้านอนุมูลอิสระได้จะช่วยให้สารอนุมูลอิสระเป็นกลางและไม่ก่ออันตราย ผักผลไม้ที่มีสีสันมันจะเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่นเดียวกับ ถั่วต่างๆ เมล็ดพืช ธัญพืชและเครื่องเทศ “อาหารใดกินแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกายมันก็คืออาหารชั้นยอดของสมองเช่นกัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.เร่งความเร็ว โดยธรรมชาติสมองจะเริ่มทำงานช้าลงเมื่ออายุเริ่มขึ้นเลข3 แต่คนเราไม่ว่าจะอายุเท่าใดก็สามารถฝึกสมองให้ทำงานเร็วขึ้นได้ สมองของคุณคือกลไกแห่งการเรียนรู้ เนื่องจากข้อมูลส่วนใหญ่ที่เราได้รับมักผ่านทางคำพูดโปรแกรมการฝึกสมองนี้จึงเกี่ยวข้องกับภาษาและการฟังเพื่อให้เกิดการแม่นยำและเร็วขึ้นคุณอาจจะฝึกแยกเสียงก็ได้เหมือนกันค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.สงบนิ่ง การลับสมองเป็นเรื่องสำคัญแต่...การสงบนิ่งก็สำคัญไม่แพ้กันความเครียดในระดับสูงมีผลร้ายต่อเซลล์สมอง ความเครียดจะรบกวนกระบวนการรับรู้และการจำดังนั้นคุณก็ควรจะละความเครียดทั้งหมดมานั่งฝึกสมาธิสงบนิ่งกันเหอะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.พักสมอง พลังสมองที่ได้จากความสงบนิ่งคือความคิดสร้างสรรค์จากการนอนการที่เรานอนหลับไปกับปัญหามันได้ผลจริงๆค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6.หัวเราะบ้าง อารมณ์ขันกระตุ้นส่วนต่างๆของสมองซึ่งสามารถใช้โดปามีนเป็นสารนำส่งความรู้สึกดีให้เกิดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.ยิ่งแก่ยิ่งเก่ง คุณเคยได้ยินสุภาษิตที่ว่า อาบน้ำร้อนมาก่อนไม๊เมื่อวัยของคุณเพิ่มขึ้นคุณได้บบรทึกภาพและข้อมูลทางสังคมไว้นับล้านๆภาพซึ่งคุณสามารถเรียกใช้ได้ทุกเวลาเลยทีเดียว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-3110439886298785211?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/3110439886298785211/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=3110439886298785211&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/3110439886298785211'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/3110439886298785211'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/11/7.html' title='7วิธีทำให้สมองฉลาดขึ้น'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-8278778491838046961</id><published>2007-10-23T11:34:00.000+07:00</published><updated>2007-10-23T11:34:04.042+07:00</updated><title type='text'>พักใจ : ข้อคิดคนฉลาด</title><content type='html'>&lt;blockquote&gt;&lt;strong&gt;คนฉลาดย่อมไม่เคยคิดว่าคนอื่นโง่ &lt;br /&gt;และคนโง่มักคิดว่าตนเองฉลาด &lt;br /&gt;คนที่ดูถูกคนอื่นว่าโง่ บางทีตัวเองอาจโง่ยิ่งกว่า &lt;br /&gt;และมีแต่ละบุคคลประเภทนี้เท่านั้น &lt;br /&gt;ที่มักถูกผู้อื่นหลอกลวงอยู่เสมอ &lt;/strong&gt;&lt;/blockquote&gt;    &lt;strong&gt; สิ่งที่เราไม่ชอบ บางครั้ง ... เราก็จำเป็นต้องรู้&lt;/strong&gt; อย่าปิดกั้นตัวเองให้ห่างไกลจากสิ่งที่ไม่ชมชอบเลย เพราะในโลกนี้สิ่งที่ทำร้ายเราได้ง่ายที่สุด ก็คือ สิ่งที่เราไม่ยอมรู้และไม่เคยเข้าใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     &lt;strong&gt;ชีวิตเป็นของเธอ ทางเดินชีวิตย่อมเป็นของเธอ &lt;/strong&gt;สองขาของเธอ จงก้าวไปตามทางนั้น ทำในสิ่งที่เธอถนัดและเข้าใจ เธอจะไปได้ดีเท่าที่เธอควรจะไป หากอยากจะถามหาความจริงใจจากใครต่อใคร ต้องเริ่มถามหาที่ตัวเธอเองก่อนว่ามีความจริงใจเพียงพอหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    &lt;strong&gt; ชีวิต..ไม่เคยมีคำว่าสาย หากก้าวหลงเดินทางผิด &lt;/strong&gt;ย่อมกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ อาจจะช้ากว่าที่ควรจะเป็นไป แต่ก้อยังดีกว่าดิ่งลึก จมลงในความเลวร้ายทุกที ทุกที &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;อย่าพยายามยัดเยียดความสุข หรือสิ่งที่เราคิดว่าดี ให้กับใครต่อใคร &lt;/strong&gt;เพราะมันอาจจะกลับกลายเป็นความทุกข์ ทุกข์ทั้งผู้ให้ ทุกข์ทั้งผู้รับ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เคยถามตัวเองบ้างไหมว่าชีวิตต้องการอะไร ?&lt;/strong&gt; ถาม ... และหาคำตอบให้แน่ใจ และเข้าใจให้ถ่องแท้ เมื่อนั้นเราจะก้าวต่อไปข้าวหน้าอย่างเชื่อมั่น และถูกทิศทางกว่าเดิม โลกเรายังคงหมุนไปทุกวัน หากวันนี้เราหยุดนิ่ง พรุ่งนี้ ......... เราก็แทบวิ่งตามไม่ทัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ชีวิตที่มีคุณค่า คือการใช้เวลาที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า &lt;/strong&gt;อย่าปล่อยให้วันเวลาผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์เลย มาเริ่มต้นสรรค์สร้างสิ่งดีดีให้กับชีวิตของเราเถิด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;อย่าไปคิดว่า คนที่นั่งอยู่ในร่มไม้กลัวแสงแดด &lt;/strong&gt;อย่าไปคิดว่า คนที่ฟุบหลับอยู่นั้นเป็นคนเกียจคร้าน อย่าไปคิดว่า คนที่หกล้มเป็นคนอ่อนแอ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;strong&gt;&lt;strong&gt;จงอย่าใช้เหตุผลของเธอ ตัดสินความหมายในสิ่งที่เธอเห็น โดยที่ไม่รับฟังเหตุผลจากอีกฝ่ายหนึ่งให้ดีเสียก่อน&lt;/strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-8278778491838046961?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/8278778491838046961/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=8278778491838046961&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/8278778491838046961'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/8278778491838046961'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/10/blog-post_2292.html' title='พักใจ : ข้อคิดคนฉลาด'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-3509348787717940287</id><published>2007-10-23T10:09:00.001+07:00</published><updated>2007-10-23T10:09:09.361+07:00</updated><title type='text'>แคนตาลูปคริสตัล</title><content type='html'>&lt;strong&gt;แคนตาลูปคริสตัล &lt;br /&gt; &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่ต้องเตรียม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เค้กเนยสดหั่นเป็นชิ้นขนาดตามต้องการ                     1         แถว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สาคูเม็ดเล็กต้มสุก                                                    100     กรัม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนื้อแคนตาลูปคว้านเป็นลูกกลม                                  5        ลูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กาแฟสำเร็จรูปและน้ำร้อน อย่างละ                           1  1/2  ช้อนโต๊ะ        &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กะทิ                                                                       1       ถ้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นมข้นจืด                                                                1/2   ถ้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำตาลทราย                                                           100   กรัม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกลือป่น                                                                  1/8   ช้อนชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำแข็งบดละเอียด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แคนตาลูปคว้านเอาเนื้อออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และแกะสลักให้สวยงาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เตรียมไว้สำหรับเป็นภาชนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ละลายกาแฟสำเร็จรูป น้ำร้อน คนผสมจนเข้ากัน พักไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ผสมกะทิกับนมข้นจืด น้ำตาลทรายและเกลือป่นในภาชนะ ตั้งไฟต้ม เติมส่วนผสมกาแฟที่พักไว้ คนผสมจนเข้ากันดี จึงยกลง พักไว้จนเย็นสนิท เติมสาคูและเนื้อแคนตาลูปลงในส่วนผสมน้ำเชื่อมกาแฟ คนผสมจนเข้ากันดี ตักใส่ผลแคนตาลูปที่เตรียมไว้ (สำหรับ 1 ที่) เติมน้ำแข็งบดละเอียดแล้วรับประทานคู่กับเค้กเนยสด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-3509348787717940287?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/3509348787717940287/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=3509348787717940287&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/3509348787717940287'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/3509348787717940287'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/10/blog-post_3046.html' title='แคนตาลูปคริสตัล'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-1657988439776285882</id><published>2007-10-23T09:53:00.002+07:00</published><updated>2007-10-23T09:53:32.510+07:00</updated><title type='text'>โกโก้พั้นช์มะพร้าวน้ำหอม</title><content type='html'>&lt;strong&gt;โกโก้พั้นช์มะพร้าวน้ำหอม &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; สิ่งที่ต้องเตรียม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผงโกโก้                           30      กรัม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำตาลทราย                    200      กรัม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นมข้นหวาน                     100      กรัม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นมข้นจืด                          50      กรัม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำมะพร้าวอ่อน                    3      ถ้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนื้อมะพร้าวอ่อน              300      กรัม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำแข็งบดละเอียด                2      ถ้วยตวง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มะพร้าวอ่อน                        2      ผล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- เฉาะเปิดฝามะพร้าวอ่อน แต่งให้สวย สำหรับเป็นภาชนะ เวลาจัดเสิร์ฟ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ผสมผงโกโก้ กับน้ำตาลทราย นมข้นหวาน และนมข้นจืด เข้าด้วยกัน ตั้งไฟจนเดือด จึงยกลง พักไว้ให้เย็นสนิท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ผสมน้ำมะพร้าว เนื้อมะพร้าวและน้ำแข็งใส่ลงในโถปั่น ปั่นจนกระทั่งส่วนผสมละเอียดเข้ากันดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ตักส่วนผสมโกโก้ที่เตรียมไว้ ใส่ลงในผลมะพร้าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- เติมส่วนผสมน้ำมะพร้าวอ่อนที่ปั่นไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ใช้ช้อนคนผสมให้เข้าด้วยกัน รับประทานได้ทันที&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-1657988439776285882?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/1657988439776285882/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=1657988439776285882&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/1657988439776285882'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/1657988439776285882'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/10/blog-post_23.html' title='โกโก้พั้นช์มะพร้าวน้ำหอม'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-6854727413049012132</id><published>2007-10-08T18:18:00.003+07:00</published><updated>2008-12-09T22:51:29.732+07:00</updated><title type='text'>เทคนิค Windows ที่คุณ ๆ อาจลืมไปแล้ว</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RwoRhnigY7I/AAAAAAAAAFg/cutK2h5la_8/s1600-h/11866.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://3.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RwoRhnigY7I/AAAAAAAAAFg/cutK2h5la_8/s320/11866.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5118923195707057074" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;เทคนิค Windows ที่บางทีก็ลืม&lt;br /&gt;1. ในขณะที่คุณกำลังจะ Restart เครื่องใหม่ ก่อนที่จะกดปุ่ม OK ให้คุณกด Shiftค้างไว้ จะทำให้คุณ Restart ได้เร็วขึ้น &lt;br /&gt;2. ในบาง Web Site หากคุณกด Ctrl ค้างไว้ และเลื่อน Scroll ที่ Mouse จะทำให้ตัวอักษรของ Web Site นั้นใหญ่ขึ้น &lt;br /&gt;3. หากกดปุ่ม Refresh หรือ F5 แล้วยังเป็นข้อมูลเดิม ลองกด Ctrl + F5 รับรองจะได้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุดแน่ๆ &lt;br /&gt;4. คุณสามารถเปิดไฟล์ Tips.txt ขึ้นมาเพื่ออ่านเทคนิคต่างๆ ได้ ซึ่งไฟล์นี้จะอยู่ใน c:windows ของคุณ &lt;br /&gt;5. ในระหว่างที่คุณกำหลังใช้งาน IE อยู่นั้น สามารถกดปุ่ม F4 เพื่อเป็นการเปิดดู URL List ในช่อง Address ได้เลย &lt;br /&gt;6. การกดปุ่ม Esc ระหว่างการใช้ IE จะทำให้ IE ของคุณนั้นหยุดโหลดได้ โดยที่ไม่ต้องกดปุ่ม Stop &lt;br /&gt;7. ระหว่างการใช้ IE สามารถกดปุ่ม Alt + D หรือ Ctrl + Tab เพื่อเข้า Address bar อย่างเร็วได้ &lt;br /&gt;8. คุณสามารถเพิ่มความเร็วให้กับ Internet ได้โดยทำการถอดสายเครื่องโทรศัพท์ ที่มีการต่อพ่วงอยู่กับสายที่ใช้ต่อ Internet ออก &lt;br /&gt;9. คุณสามารถ ไปที่ Start -&gt; Run และพิมพ์ว่า welcome กด Enter เพื่อเปิดหน้าต่างต้อนรับของ Windows ได้ &lt;br /&gt;10. ที่ Notepad หรือ ICQ หากคุณลืมเปลี่ยน Mode ภาษา ให้กดปุ่ม Ctrl + Back Space เพื่อแก้คำที่พิมพ์ผิดไปแล้ว &lt;br /&gt;11. คุณสามารถ เปิด Folder Desktopอย่างรวดเร็ว โดย Start -&gt; Run พิมพ์จุด (.) ลงไปแล้วกด Enter &lt;br /&gt;12. ใน IE สามารถกด Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้า Page ลงได้ ส่วนเลื่อนขึ้นคือ Shift + Space Bar &lt;br /&gt;13. ใน Windows คุณไม่สามารถ สร้าง Folder ที่ชื่อ "con" ได้ &lt;br /&gt;14. ใน IE ที่ช่อง Address ปุ่ม Ctrl+Enter สามารถช่วยคุณ ในการพิมพ์ URL ได้เร็วยิ่งขึ้น &lt;br /&gt;15. การกด Ctrl ค้างเอาไว้ ตอนเวลา BOOT เครื่อง จะทำให้คุณไม่พลาด Startup Menu &lt;br /&gt;16. คุณสามารถปิดนาฬิกาที่ Taskbar ได้ โดยคลิกขวาที่ Task bar &gt; Properties &gt; เอาเครื่องหมาย Show Click ออก &lt;br /&gt;17. หากคุณกด F11 ใน Windows Explorer จะช่วยให้มีการทำงานที่สะดวกขึ้น &lt;br /&gt;18. ใน ICQ การส่ง Message หากคุณกด Ctrl+Enter จะสะดวก กว่าการ Click Mouse ที่ปุ่ม send &lt;br /&gt;19. คุณสามารถกด F2 เพื่อ ใช้ในการเปลี่ยนชื่อ Icon ต่างๆ ได้ &lt;br /&gt;20. การกด F5 ใน NotePad จะเป็นการแทรก เวลา และวันที่ปัจจุบัน &lt;br /&gt;21. การกด Windows + E จะเป็นเปิด Windows Explorer ขึ้นมา &lt;br /&gt;22. เปิด System Properties อย่างรวดเร็วคือการกด Window + Pause Break &lt;br /&gt;23. การย่อยทุกๆ หน้าต่างที่เปิดใช้งาน ให้ยุบไปให้หมด คือการกด Window +D ถ้าจะขยายคืนมาอีก ให้กดซ้ำ &lt;br /&gt;24. การเคาะวรรคในโปรแกรม Dreamweaver คือ Shift + Ctrl + Space Barส่วนการเว้นบรรทัดคือ Shift + Enter &lt;br /&gt;25. การลบไฟล์แบบ ไม่เก็บไว้ใน Recycle Bin คือ การกด Shift + Delete &lt;br /&gt;26. การกด Shift ค้างไว้ เวลาใส่แผ่น CD-Rom จะเป็นการไม่ให้มันเปิด Autorunของแผ่น CD-Rom นั้นขึ้นมา &lt;br /&gt;27. การ Restart เครื่องอย่างเร็ว คือ ไปที่ Start -&gt; Shut Down... -&gt; Restartจากนั้น ก่อนที่จะ OK ให้กด Shift ค้างเอาไว้ &lt;br /&gt;28. ในระหว่างใช้ Browser คุณสามารถกดปุ่ม Space Bar เพื่อเลื่อนหน้าลง และShift + Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้าขึ้นได้ &lt;br /&gt;29. กด Shift + คลิก จะเป็นการเปิดหน้าต่างขึ้นมาใหม่ โดยไม่ต้อง back กลับ &lt;br /&gt;30. คุณสามารถ ไปที่ Start -&gt; Run และพิมพ์ว่า hwinfo /ui กด Enter เพื่อดูรายงานต่างๆ ของ HardWare&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-6854727413049012132?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/6854727413049012132/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=6854727413049012132&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/6854727413049012132'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/6854727413049012132'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/10/windows.html' title='เทคนิค Windows ที่คุณ ๆ อาจลืมไปแล้ว'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RwoRhnigY7I/AAAAAAAAAFg/cutK2h5la_8/s72-c/11866.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-2009892389668299745</id><published>2007-10-03T20:07:00.001+07:00</published><updated>2007-10-03T20:07:44.058+07:00</updated><title type='text'>ชีวิต...คือการเรียนรู้</title><content type='html'>โดย เชาวลิต ตนานนท์ชัย&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;มีคน&lt;/strong&gt;กล่าวว่า ชีวิตคนเราไม่ต่างจากละคร และโลกนี้ก็เหมือนละครโรงใหญ่ ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าคงจะไม่ถูกต้องนัก เพราะว่าละคร คือ การ แสดงที่ผู้แสดงไม่ต้องสร้างสรรค์อะไรมากนัก เพราะตัวละครทุกตัวจะเล่นไปตามบทที่ถูกที่เขียนไว้ และแสดงกิริยา อาการตามแต่ที่ผู้กำกับจะ ต้องการให้เป็น แต่ในชีวิตจริงทุกคนต้องสร้างสรรค์บท กำกับ และแสดงด้วยตัวเอง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนเราจะดำเนินชีวิตให้ประสบ ความสำเร็จและราบรื่น&lt;br /&gt;               สำหรับปัจจัยอย่างหนึ่งที่ช่วยให้คนเราสามารถดำเนินชีวิตได้ราบรื่นและประสบความสำเร็จก็คือ การเรียนรู้ทุกอย่างที่จำเป็นและเกี่ยว ข้องกับการดำเนินชีวิต โดยไม่เกี่ยวกับการเรียนเพื่อให้ได้มาซึ่งปริญญาหรือวุฒิบัตรต่างๆ แต่เป็นการเรียนรู้ในชีวิตจริงอาจซึ่งได้แก่ การเรียนรู้ ในสิ่งต่อไปนี้ 1)เรียนรู้ตนเอง 2)เรียนรู้ผู้อื่น 3)เรียนรู้สังคมและการเปลี่ยนแปลง 4)เรียนรู้จังหวะและโอกาส 5)เรียนรู้คุณธรรมและ จริยธรรม 6)เรียนรู้ความจริงแห่งชีวิต ผู้ที่เรียนรู้ในเรื่องเหล่านี้มากก็จะประสบปัญหาในชีวิตน้อย และมีโอกาสประสบความสำเร็จมาก &lt;br /&gt;               &lt;strong&gt;เรียนรู้ตนเอง &lt;/strong&gt;อยากให้ทุกคนลองถามตัวเองว่า ท่านรู้จักตัวเองมากน้อยแค่ไหน เชื่อเลยว่าหลายท่านอาจไม่มีคำตอบให้กับตัวเอง ว่า รู้จักตัวเองแค่ไหน รวมถึงผู้เขียนด้วยตรงนี้จำเป็นอย่างยิ่งเพราะ ถ้าเราไม่รู้จักตนเองก็จะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เช่น ถ้าเรารู้ตัวเองว่า หงุดหงิดง่าย ก็จะต้องเตือนตัวเองให้ใจเย็น หรือถ้าเป็นคนปากร้าย ก็จะต้องระวังคำพูด เป็นต้น ลักษณะเช่นนี้ย่อมทำให้เรามีปัญหา กระทบกระทั่งกับผู้อื่นน้อยลง&lt;br /&gt;               &lt;strong&gt;เรียนรู้ผู้อื่น &lt;/strong&gt;เราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก มีครอบครัว มีสังคมในที่ทำงานและสังคมอื่นๆ ดังนั้นเราต้องเรียนรู้คนที่อยู่รอบตัวเราโดย เฉพาะอย่างยิ่งคนที่เราจะต้องปฏิสังสรรค์ด้วยเสมอในชีวิตประจำวัน เราจำเป็นต้องรู้จักให้มาก เพราะการที่เรารู้จักคนเหล่านี้มากเท่าไรก็จะ ยิ่งทำให้เราสามารถควบคุมสถานการณ์ของการอยู่ร่วมกันได้มากเท่านั้น&lt;br /&gt;               &lt;strong&gt;เรียนรู้สังคมและการเปลี่ยนแปลง &lt;/strong&gt;เราต้องตระหนักว่า สังคมและข้อมูลต่างๆ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การที่เรามีข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบันย่อมช่วยให้สามารถตัดสินใจในเรื่องราวต่างๆ ของการดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม ถูกต้องและเที่ยงตรง &lt;br /&gt;               &lt;strong&gt;เรียนรู้จังหวะและโอกาส &lt;/strong&gt;เราต้องเรียนรู้จังหวะชีวิต เพราะในการดำเนินชีวิตของเราไม่สามารถควบคุมปัจจัยต่างๆ ได้ ดังนั้น การดำเนินชีวิตต้องอาศัยจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม ต้องรู้จักรุกเมื่อโอกาสเอื้ออำนวย และรู้จักถอยเมื่อโอกาสไม่เอื้ออำนวย ไม่ใช่รุกตลอด เวลา การที่เราพยายามทำอะไร ในบรรยากาศหรือสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย นอกจากจะต้องใช้ทรัพยากรมากแล้ว บางครั้งอาจนำมาซึ่งความ ขัดแย้งและผลเสียหายกับตนเองและผู้อื่น&lt;br /&gt;               &lt;strong&gt;เรียนรู้คุณธรรมและจริยธรรม &lt;/strong&gt;ธรรมะค้ำจุนโลก เป็นคำกล่าวที่เป็นจริง เพราะผู้ที่ขาดซึ่งคุณธรรมและจริยธรรมย่อมทำให้ตน เองและผู้อื่นเดือดร้อน ตัวอย่างย่อมมีให้พบเห็นเสมอ เช่น คนที่เป็นพ่อเป็นแม่ หากขาดคุณธรรมในเรื่องของความรับผิดชอบก็ไม่อาจสามารถ เลี้ยงดูบุตรให้เติบโตเป็นคนดีและมีคุณภาพ หรือหากใครที่ขาดคุณธรรมในเรื่องความเกรงกลัว และละอายต่อบาป ก็ย่อมจะไม่ยี่หระต่อการทำ ผิดศีลธรรม นั่นย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อนเสียหายแก่ตนเองหรือผู้อื่น&lt;br /&gt;               &lt;strong&gt;เรียนรู้ความจริงแห่งชีวิต &lt;/strong&gt;ต้องรู้ว่าแห่งความเป็นจริงนั้นมีสองด้านเสมอ เช่น มีสุข - ทุกข์ มีสมหวัง - ผิดหวัง มีดีใจ - มีเสียใจ มีการให้ - มีการรับ มีสวย - มีขี้เหร่ มีรวย - มีจน เป็นต้น ดังนั้นเมื่อสิ่งที่ประสบไม่เป็นไปอย่างที่คิดหรือคาดหวังก็ให้เข้าใจว่า นั่นคือความ จริงแห่งชีวิต ที่ต้องรับให้ได้ เพื่อที่จะปรับและแก้ไขให้เหมาะสมกับสถานการณ์และชีวิตของเรา &lt;br /&gt;               &lt;strong&gt;สุดท้ายผู้เขียนอยากฝากบอกว่า ในกล้วยไม้หนึ่งช่อนั้น แต่ละดอกก็บานไม่พร้อมกัน ดังนั้นชีวิตคนเราเองก็คงไม่อาจ ประสบความสำเร็จได้พร้อมกันทั้งหมด ใครที่ถึงพร้อมด้วยเหตุและปัจจัยก่อน ย่อมประสบความสำเร็จไปก่อน เหมือน กล้วยไม้ดอกแรกของช่อที่สมบูรณ์พร้อมก่อนย่อมบานก่อน ดังนั้นการดำเนินชีวิตจะต้องอาศัยการเรียนรู้ดังที่กล่าวมา เพื่อสะสมเหตุและปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จให้เพียงพอ . &lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-2009892389668299745?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/2009892389668299745/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=2009892389668299745&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/2009892389668299745'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/2009892389668299745'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/10/blog-post.html' title='ชีวิต...คือการเรียนรู้'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-7981214026148779068</id><published>2007-09-29T07:55:00.002+07:00</published><updated>2008-12-09T22:51:30.108+07:00</updated><title type='text'>สุดยอดอาหารถั่วเหลือง</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/Rv2ifEAKl4I/AAAAAAAAAFA/yAtPPk5zhAw/s1600-h/img.jpeg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://2.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/Rv2ifEAKl4I/AAAAAAAAAFA/yAtPPk5zhAw/s400/img.jpeg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5115423406296831874" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ถั่วเหลือง&lt;/strong&gt; นับว่าเป็นถั่วชนิดเดียวที่สามารถนำมาดัดแปลงเป็นอาหารได้หลายชนิด หลากรสชาติมากที่สุด มีให้เลือกกินได้ครบ ทั้ง ต้ม ผัด แกง ทอด หรือแม้กระทั่งทำเป็นขนมขบเคี้ยวก็ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาหารจากถั่วเหลืองในชีวิตประจำวันที่เรารู้จักกันดี ได้แก่ เต้าหู้ ซึ่งก็มีมากมายหลายอย่าง นอกจากนั้น ก็เป็นฟองเต้าหู้ น้ำเต้าหู้ เต้าฮวย โปรตีนเกษตร และน้ำมันถั่วเหลือง แม้กระทั่งมาการีน มายองเนส และน้ำมันสลัดก็มีส่วนประกอบของถั่วเหลือง โดยอยู่ในรูปของน้ำมันถั่วเหลือง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เฉพาะผลิตภัณฑ์ เต้าหู้ นั้นมีให้เลือกหลายชนิด ได้แก่ &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เต้าหู้อ่อน&lt;/strong&gt; เป็นเต้าหู้ที่มีเนื้ออ่อนนุ่ม มีสีขาวนวลกลิ่นหอม มีให้เลือกทั้งแบบก้อนบาง และก้อนหนา นิยมนำมาใส่แกงจืด และสุกี้ยากี้ เป็นต้น ปัจจุบันมีผู้ผลิตจำนวนมากผลิตเต้าหู้อ่อนแบบญี่ปุ่นในกล่องพลาสติกสี่เหลี่ยมบรรจุอย่างดี ออกมาจำหน่ายตามซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกสบายในการเลือกซื้อมายิ่งขึ้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เต้าหู้หลอด&lt;/strong&gt; เป็นเต้าหู้อ่อนอีกชนิดหนึ่งที่มีกรรมวิธีการผลิตที่ทันสมัย บรรจุลงในหลอดพลาสติกแบบสุญญากาศ ทำให้รักษาความสะอาดได้ดี จึงเก็บได้นาน สะดวกในการใช้ มีทั้งชนิดธรรมดาและชนิดใส่ไข่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เต้าฮวย&lt;/strong&gt; มีลักษณะคล้ายกับเต้าหู้อ่อนมาก ต่างกันตรงที่เต้าฮวยมีเนื้อนิ่มกว่า มักนิยมใช้รับประทานคู่กับน้ำขิง เป็นอาหารว่างอีกชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย และมีราคาถูก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เต้าหู้แข็ง&lt;/strong&gt; (ขาว) เป็นเต้าหู้ที่มีเนื้อแข็ง สีขาวนวลออกครีมๆ มักทำออกมาเป็นก้อนสี่เหลี่ยม หนาประมาณ 1 เซนติเมตร เหมาะสำหรับทำอาหารหลายชนิด เช่น ยำ ลาบ แกง ผัด รวมทั้งอาหารจานเดียวยอดนิยมของคนทั่วโลกอย่างผัดไทย แต่เคล็ดลับในการปรุงอาหารจากเต้าหู้ชนิดนี้ ควรจะนำมาทอดให้เหลืองเสียก่อน เวลานำไปทำอาหารจะไม่เละ ทำให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เต้าหู้เหลือง&lt;/strong&gt; มีทั้งชนิดอ่อนและแข็ง ลักษณะภายนอกจะมีเปลือกสีเหลือง เนื้อสีขาวนวล รสออกเค็มกว่าเต้าหู้ขาว เพราะเป็นเต้าหู้ขาวที่ปรุงขึ้นมาใหม่ ด้วยการนำก้อนเต้าหู้ไปแช่ในน้ำเกลือ แล้วนำไปจุ่มสีเหลืองหรือขมิ้น เพื่อให้รู้ว่าเต้าหู้ชนิดนี้มีรสเค็มกว่าเต้าหู้ขาวธรรมดา และรสเค็มนี้สามารถยืดอายุการเก็บได้นานขึ้น ดังนั้น อาหารที่นำเต้าหู้เหลืองมาปรุงมักเป็นอาหารที่ต้องการให้มีรสชาติของเต้าหู้ที่เข้มข้นขึ้น เช่น อาหารจำพวก ทอด ผัด แกง ชนิดต่างๆ หรือแม้กระทั้งผัดไทย บางคนก็นิยมใช้เต้าหู้เหลืองมากกว่าเต้าหู้ขาว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;วิธีการเลือกซื้อเต้าหู้ โดยรวมแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  • เต้าหู้ที่ทำขายทั่วไปในตลาดสด เช่น เต้าหู้อ่อน เต้าหู้แข็ง เต้าหู้เหลือง ที่เป็นแผ่นห่อด้วยใบตองกับที่บรรจุภาชนะอย่างดี ควรเลือกซื้อที่ทำมาใหม่ๆ สีขาวนวลเป็นปกติ มีกลิ่นหอม ไม่มีเมือก ไม่มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว และภาชนะที่บรรจุต้องสะอาด  &lt;br /&gt;  • เต้าหู้แบบบรรจุภาชนะอย่างดี ควรดูวันที่ผลิตและวันหมดอายุ มีสีสันเป็นปกติ รูปร่างเป็นปกติ เต้าหู้เป็นอาหารที่บูดเสียได้ง่าย โดยเฉพาะถ้าเต้าหู้นั้นไม่ใส่สารกันบูด จะสังเกตเห็นว่าบางครั้งที่เราซื้อเต้าหู้มาเก็บไว้ในตู้เย็นเพียงแค่วันสองวัน เต้าหู้ก็จะเริ่มเป็นเมือก มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ยกเว้นเต้าหู้หลอดที่บรรจุในถุงพลาสติกสุญญากาศอย่างมิดชิด จะเก็บไว้ได้หลายวันกว่า แต่ก็ต้องดูวันเดือนปีที่ผลิดและวัยหมดอายุด้วยเช่นกัน  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีวิธีการเก็บเต้าหู้ให้ได้นานยิ่งขึ้น มีผู้รู้แนะนำให้เอาน้ำต้มสุกที่เย็นแล้วใส่ชาม แล้วเอาเต้าหู้ลงแช่ให้ท่วม จากนั้นนำเข้าตู้เย็น ก็จะยืดอายุการเก็บได้นาน 7-15 วัน แล้วแต่ชนิดของเต้าหู้ ถ้าเป็นเต้าหู้อ่อน จเก็บได้ไม่นานเท่าเต้าหู้แข็ง ในกรณีเต้าหู้หลอด ให้เก็บในตู้เย็นช่องแช่เย็นธรรมดา ก็เก็บได้นานหลายวัน อย่านำไปแช่ช่องแข็ง เพราะลักษณะของเนื้อเต้าหู้จะเปลี่ยนไปไม่คงรูปเหมือนเดิม ส่วนเต้าหู้ทอด แม้จะเก็บในตู้เย็น หากไม่ใช่ช่องแช่แข็ง ไม่นานก็จะขึ้นรา ดังนั้น การทำอาหารจากเต้าหู้ จึงไม่ควรซื้อเต้าหู้มาในปริมาณมาก เพราะกลิ่นรสของเต้าหู้จะเปลี่ยนไปเมื่อเก็บไว้หลายวัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เต้าหู้ทำอาหารได้อร่อยทุกอย่าง แถมมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายมหาศาล เพราะทำมาจากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นพืชที่มีคุณสมบัติในเรื่องการช่วยรักษา และลดระดับความดันในเส้นเลือด รักษาระดับน้ำตาลในเลือด ปกป้องหัวใจ ทำให้ประจำเดือนของสตรีเป็นปกติ ทำให้กระดูกแข็งแรง มีคอเรสเตอรอลต่ำ และมีคุณสมบัติในการต่อต้านมะเร็ง มีรายงายว่า ผู้หญิงในประเทศแถบซีกโลกตะวันออก มีอัตราการเป็นมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูกน้อยกว่าผู้หญิงในอเมริกา เพราะกินอาหารจากถั่วเหลือง มากกว่า 20-50 เท่า ผู้หญิงที่กินอาหารจากถั่วเหลือง มีอัตราการเป็นมะเร็งน้อยกว่าคนที่ไม่ได้กินถึงร้อยละ 50 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;น้ำเต้าหู้&lt;/strong&gt; คือ น้ำนมถั่วเหลืองที่ได้จากการปั่นถั่วเหลืองแล้วนำมาต้มเป็นน้ำ ถือเป็นเครื่องดื่มทดแทนนมวัวที่นิยมรับประทานกันทั่วไป เพราะเป็นอาหารเสริมสุขภาพที่ราคาถูก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ฟองเต้าหู้&lt;/strong&gt; เป็นผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองที่ได้จากการทำน้ำเต้าหู้ เมื่อต้มน้ำเต้าหู้จนมีความเข้มข้น ผิวหน้าของน้ำนมเต้าหู้จะจับตัวกันเป็นแผ่น สามารถตักออกมารับประทานได้เลย โดยนิยมใส่ในแกงจืด ฟองเต้าหู้ชนิดที่นำมาใช้เลยนี้เป็นแบบเปียก ส่วนแบบแห้งนั้น ต้องนำฟองเต้าหู้ที่ได้ไปตากหรืออบจนแห้ง มีทั้งแบบแผ่นใหญ่ที่คนจีนเรียกว่า หู่เมาะ นิยมนำไปห่ออาหาร เช่น แฮ่กื๊น หอยจ๊อ เปาะเปี๊ยะ และบบเป็นชิ้นเล็กที่เรียกว่า หู่กี่ นิยมใส่แกงจืด ผัดโป๊ยเซียน หรือนำไปอบและทอดให้กรอบแล้วทำเป็นผัดพริกขิง หรือผัดกับขิง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;โปรตีนเกษตร&lt;/strong&gt; หรือ โปรตีนถั่วเหลือง ทำจากแป้งถั่วเหลือง ปราศจากไขมัน มีคุณค่าทางอาหารสูง ราคาถูก เก็บง่ายไม่ต้องใส่ตู้เย็น ใช้สะดวก ใช้แทนเนื้อสัตว์ได้หลายชนิด ปัจจุบันมีหลายรูปแบบ เช่น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  • ชนิดใหญ่พิเศษ ใช้ใส่แกงเขียวหวาน พะโล้ สะเต๊ก น้ำตก ฯลฯ  &lt;br /&gt;  • ชนิดเกล็ดขนาดกลาง ใช้ผัดกะเพรา แกงเขียวหวาน แกงเผ็ด ผัดพริกขิง ฯลฯ  &lt;br /&gt;  • ชนิดเล็กขนาดเล็ก ใช้ทำลาบ แทนเนื้อหมูหรือหมูสับ  &lt;br /&gt;  • ชนิดป่นละเอียด ใช้ทำขนมจีนน้ำยา แกงเลียง ซุป ฯลฯ ช่วยผสมในน้ำแกง ทำให้น้ำแกงข้นขึ้น  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ถั่วงอกหัวโต&lt;/strong&gt; เป็นถั่วงอกชนิดหัวใหญ่ที่เพาะจากถั่วเหลือง ต่างจากถั่วงอกทั่วไปที่นิยมเพาะจากถั่วเขียว จึงเรียกให้ต่างไปว่า ถั่วงอกหัวโต &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้แล้ว ยังมีอาหารหมักจากถั่วเหลืองอีกหลายชนิด ได้แก่ ซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว เต้าหู้ยี้ เทมเป้ นัตโต เป็นต้น แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ถือเป็นแหล่งของโปรตีนหลักที่จะให้แก่ร่างกาย เนื่องจากเป็นสารปรุงรสที่มีรสเค็ม จึงกินได้น้อย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ซอสปรุงรส หรือ ซีอิ๊ว&lt;/strong&gt; เป็นเครื่องปรุงรสอาหารที่ได้จากการหมักถั่วเหลือง ซีอิ๊วดีที่สุดจะเป็นซีอิ๊วที่ได้จากการหมักครั้งแรก เรียกว่าซีอิ๊วขาว ส่วนซีอิ๊วที่ได้จากการหมักซ้ำโดยใช้ถั่วเหลืองที่หมักไปแล้ว จะเป็นซีอิ๊วขาวชั้นรอง คุณภาพต่ำลง ราคาถูกลง ส่วนซีอิ๊วดำ ได้จากการผสมซีอิ๊วขาวกับกากน้ำตาล &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดิมนั้น การหมักซีอิ๊วจัดเป็นศิลปะและเป็นความลับที่ถ่ายทอดกันเฉพาะในหมู่สมาชิกครอบครัวและลูกหลานเท่านั้น ประเทศที่นิยมใช้ซีอิ๊วเป็นเครื่องปรุงรส ได้แก่ จีนและญี่ปุ่น ปัจจุบันคนไทยก็นิยมใช้ซอสปรุงรสจากถั่วเหลืองอย่างแพร่หลาย หลังจากที่คุ้นเคยกับน้ำปลามายาวนาน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เต้าเจี้ยว&lt;/strong&gt; คือ ถั่วเหลืองที่หมักด้วยกรรมวิธีเดียวกับการทำซีอิ๊ว แต่เต้าเจี้ยวจะมีส่วนประกอบของเนื้อถั่วอยู่ด้วย การหมักเต้าเจี้ยวใช้ถั่วเหลืองเป็นหลัก มีแป้ง เชื้อรา น้ำเกลือ และเครื่องปรุงรสต่างๆ เป็นส่วนประกอบ ผสมให้เข้ากันบรรจุในโอ่ง ปิดฝาแล้วตากแดด ปล่อยให้เกิดปฏิกิริยาการหมักเป็นเวลาประมาณ 3-6 เดือน เมื่อครบกำหนดแล้วหากทำซีอิ๊วร่วมกับเต้าเจี้ยวในระยะนี้ ก็จะดูดส่วนที่เป็นของเหลวสีน้ำตาลปนแดงออกมา นำไปผ่านการฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิ 65-88 องศาเซลเซียส จากนั้น จึงนำไปกรองเพื่อกำจัดตะกอนที่มีถั่วอยู่ออกไปก่อนบรรจุขวด กลายเป็นซีอิ๊วคุณภาพดี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เต้าเจี้ยวญี่ปุ่น&lt;/strong&gt; (miso) จะแตกต่างจากเต้าเจี้ยวของจีน ตรงสีข้นดำ เนื้อถั่วบดละเอียด รสและกลิ่นแรงกว่า เพราะใช้เวลาหมักยาวนานเป็นปีๆ นิยมใช้เป็นเครื่องปรุงพื้นฐานของอาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่ เครื่องจิ้มต่างๆ รวมทั้งซุปทุกชนิด คล้ายกะปิ และปลาร้าในอาหารไทยของเรา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เต้าหู้ยี้&lt;/strong&gt; เป็นผลิตภัณฑ์หมักดองอีกชนิดหนึ่งที่ทำจากถั่วเหลือง และนิยมบริโภคกันทั่ว เต้าหู้ยี้นิยมใช้ปรุงอาหารพวกผัก (สุกี้ยากี้) เนื้อสัตว์ เป็นเครื่องจิ้ม และกินกับข้าวต้ม ที่ขายกันอยู่ในท้องตลาดมี 2 ชนิด คือ สีเหลืองและสีแดง โดยผู้ผลิตอาจเติมสารที่ให้กลิ่น สี และรสชาติเฉพาะตัวลงไปตามแนวความนิยมชอบของผู้บริโภค &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เทมเป้&lt;/strong&gt; เป็นอาหารหมักพื้นเมืองของชาวอินโดนีเซีย ที่นิยมใช้เนื้อเทียมแทนเนื้อสัตว์ ทำจากการหมักถั่วเหลืองต้มนาน 1-2 วัน จนเชื้อราออกใยสีขาวเชื่อมยึดเมล็ดถั่วให้ติดกันแน่นเป็นแผ่นหนา เมื่อรับประทานก็จะนำไปหั่นเป็นแผ่นบางๆ จุ่มลงในน้ำเกลือ แล้วทอดน้ำมันให้กรอบหอม นอกจากนี้ ยังนำไปปรุงเป็นอาหารแทนเนื้อสัตว์ได้อีกมากมาย มีรสชาติอร่อยและให้คุณค่าทางโภชนาการสูง ย่อยง่าย เป็นที่นิยมในประเทศต่างๆ ทั่วโลก แต่ในไทยไม่ค่อยมีคนรู้จักและนิยมรับประทานมากนัก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;นัตโต&lt;/strong&gt; เป็นอาหารหมักพื้นบ้านของชาวญี่ปุ่น ได้จากการหมักถั่วเหลืองด้วยเชื้อแบคทีเรียจำพวก บาซิลลัส นัตโต ที่ต่างจากผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองหมักอื่นๆ ที่มักใช้เชื้อรา ดังนั้น นัตโตจึงมีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัว และมีเมือกที่แบคทีเรียสร้างขึ้นอยู่บนผิวรอบตัวของนัตโตด้วย คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานนัตโตร่วมกับซอสและซีอิ๊วขาวเป็นอาหารเช้าและอาหารค่ำ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ถั่วเน่า &lt;/strong&gt;เป็นอาหารหมักจากถั่วเหลืองที่นิยมกันมากแถบภาคเหนือของประเทศไทย มีลักษณะคล้ายนัตโตของญี่ปุ่น ใช้เป็นเครื่องปรุงรสแทนกะปิ ส่วนใหญ่มักเติมใน ซุปผัก หรือนำมาห่อในใบตองนึ่งหรือปิ้งพอสุกแล้วกินกับข้าวเหนียว และนักมังสวิรัติบางคนยังนิยม รับประทานถั่วเน่า เพื่อชูรสชาติอาหารให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น &lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;        &lt;br /&gt;    แหล่งข้อมูล : วารสารในเครือศูนย์ทันตกรรม Neo Dent Network&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-7981214026148779068?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/7981214026148779068/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=7981214026148779068&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/7981214026148779068'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/7981214026148779068'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/blog-post_8800.html' title='สุดยอดอาหารถั่วเหลือง'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/Rv2ifEAKl4I/AAAAAAAAAFA/yAtPPk5zhAw/s72-c/img.jpeg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-4635371279114984483</id><published>2007-09-29T07:49:00.001+07:00</published><updated>2007-09-29T07:49:38.195+07:00</updated><title type='text'>วันนี้ คุณยิ้ม แล้ว รึยัง‏...</title><content type='html'>&lt;strong&gt;วันนี้ คุณยิ้ม แล้ว รึยัง‏...&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;::ยิ้มหมายเลข 1::&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;@ "เมียอั๊วนอกใจว่ะ " ไอ้หนุ่มปรับทุกข์กับเพื่อน&lt;br /&gt;# "เรื่องเป็นไงมาไงวะ " เพื่อนยินดีรับฟัง&lt;br /&gt;@ "เมื่อคืนอีไม่ยอมกลับบ้านน่ะสิ พออั๊วถาม อีบอกว่าไปค้างกับพี่สาว..."ไอ้หนุ่มเล่า&lt;br /&gt;# "ก็ไม่เห็นแปลกอะไรนี่หว่า แค่นี้จะว่าเค้านอกใจได้ไง "เพื่อนชี้ทางสว่าง&lt;br /&gt;@ "โกหกเห็นๆว่ะ อั๊วนอนอยู่กับพี่สาวอีทั้งคืนแท้ๆนี่หว่า..."&lt;br /&gt;        &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;::ยิ้มหมายเลข 2::&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;@ หนุ่มใหญ่นั่งครุ่นคิดอยู่เป็นเวลานานจนภรรเมียสงสัย&lt;br /&gt;# "คิดอะไรอยู่หรือพี่" เธอถาม&lt;br /&gt;@ "จำได้มั้ย วันนี้เมื่อยี่สิบปีที่แล้วพ่อเอ็งจับได้ว่าข้าเข้าหาเอ็ง "&lt;br /&gt;# "จำได้สิพี่" เมียพยักหน้าหงึกๆ&lt;br /&gt;@ "แล้วพ่อเอ็งก็ให้ข้าเลือกว่าจะมาสู่ขอเอ็งหรือว่าจะยอมติดคุกซัก 20 ปี"&lt;br /&gt;# "แล้วพี่ก็เลือกแต่งกับชั้น " เมียพยักหน้าอาการรับรู้&lt;br /&gt;@ "แล้วพี่นั่งคิดอะไรอยู่ล่ะ "&lt;br /&gt;# "ข้าคิดอยู่ว่า ถ้าข้ายอมติดคุก วันนี้ข้าก็พ้นโทษแล้วว่ะ!!! "&lt;br /&gt;        &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;::ยิ้มหมายเลข 3::&lt;/strong&gt;@ จิตรกรหนุ่มพยายามมีสมาธิกับการทำงานของเขา&lt;br /&gt;# แต่สาวน้อยที่มาเป็นแบบให้วาดก็ทำให้ตบะของเขาขาดผึง&lt;br /&gt;@ ไอ้หนุ่มกระโจนใส่เธอ กอดไว้แน่น แล้วระดมจูบอย่างเร่าร้อน&lt;br /&gt;# "อย่านะ" เธอผลักไอ้หนุ่ม&lt;br /&gt;@ "คุณอาจจะทำยังงี้กับนางแบบคนอื่นได้ แต่ไม่ใช่ชั้นแน่!!!"&lt;br /&gt;# "แต่ผมไม่เคยทำยังงี้กับแบบของผมมาก่อนเลยจริงๆนะครับ" ไอ้หนุ่มท้วง&lt;br /&gt;@ "คุณพูดจริงเรอะ" เธอทำท่าไม่อยากจะเชื่อ&lt;br /&gt;# "คุณวาดมาเท่าไหร่แล้ว ?"&lt;br /&gt;@ "สี่..." จิตรกรหนุ่มว่า " เหยือกน้ำ แอปเปิ้ล ตะกร้า แล้วก็คุณนี่แหละ!!!"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;:: ยิ้มหมายเลข 4 ::&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;@ แอร์โฮสเตสสายการบินที่ตกบ่อยๆประกาศก่อนเครื่องออก&lt;br /&gt;# "ท่านผู้โดยสารทุกท่านโปรดทราบ&lt;br /&gt;@ เที่ยวบินสู่เมืองปักกิ่งกำลังจะออกเดินทาง ณ บัดนี้แล้ว&lt;br /&gt;# เพื่อความปลอดภัยขอให้ทุกท่านโปรดคาดเข็มขัดนิรภัย&lt;br /&gt;@ ท่านที่พบว่าเข็มขัดนิรภัยตรงที่นั่งท่านชำรุด กรุณา&lt;br /&gt;# มัดไว้ด้วยเงื่อนพิรอดนะคะ&lt;br /&gt;@ กรุณาอย่าใช้เงื่อนตาย ถ้าท่านหาสายรัดเข็มขัดนิรภัยไม่พบ&lt;br /&gt;# กรุณาย้ายไปที่นั่งอื่นที่ว่างอยู่ ทั้งนี้ขอให้ท่านได้โปรดวางใจ&lt;br /&gt;@ ถึงแม้เครื่องบินของเราจะเก่า&lt;br /&gt;# แต่ทั้งนักบินและนักบินผู้ช่วยของเรายังใหม่อยู่นะคะ..."&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-4635371279114984483?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/4635371279114984483/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=4635371279114984483&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/4635371279114984483'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/4635371279114984483'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/blog-post_29.html' title='วันนี้ คุณยิ้ม แล้ว รึยัง‏...'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-5556887060154036283</id><published>2007-09-25T09:18:00.000+07:00</published><updated>2008-12-09T22:51:30.297+07:00</updated><title type='text'>Coffee Lover</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RvhvukAKl3I/AAAAAAAAAE4/HKq5U4bBclg/s1600-h/coffeelover.jpg"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://3.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RvhvukAKl3I/AAAAAAAAAE4/HKq5U4bBclg/s320/coffeelover.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5113960222608234354" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;Coffee Lover&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;.:•:.•.:•:.กาแฟเวียนนา.:•:.•.:•:.&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;::::::ส่วนผสม::::::&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กาแฟ 1 ช้อนชา&lt;br /&gt;นมสดร้อน 1/3 ถ้วย&lt;br /&gt;น้ำร้อน 1 ถ้วย&lt;br /&gt;วิปปิ้งครีม ที่ตีให้ขึ้นแล้ว 11/2 ช้อนชา หรือตามใจชอบ&lt;br /&gt;น้ำตาล ปริมาณตามใจชอบ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;::::::วิธีทำ::::::&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.:•:. นำกาแฟ นมสดร้อน น้ำตาล ใส่ลงในแก้ว เติมน้ำร้อนลงไป คนๆ ให้พอน้ำตาลละลาย แล้วลอยหน้าบางๆ ด้วยวิปปิ้งครีม ที่เตรียมไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;.:•:.•.:•:.กาแฟชานติลลี่.:•:.•.:•:.&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;::::::ส่วนผสม::::::&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กาแฟ ปริมาณตามใจชอบ&lt;br /&gt;น้ำตาล ปริมาณตามใจชอบ&lt;br /&gt;วิปปิ้งครีม ที่ตีให้ขึ้นแล้ว ปริมาณตามใจชอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;::::::วิธีทำ::::::&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.:•:. ชงกาแฟให้แก่ๆ ขมจัด เติมน้ำตาล ค่อยๆ เทวิปปิ้งครีม ลงบนกาแฟ โดยเทลงบนหลังช้อน &lt;br /&gt;ให้ครีมค่อยๆ ไหลลงบนกาแฟ จนลอยเต็มผิวหน้า เวลาดื่ม จะได้รสร้อนๆ เย็นๆ ไปพร้อมกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;::::::เคล็ดลับ::::::&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากเติมวิสกี้ หรือบรั่นดี หรือรัม ลงไป ก็จะกลายเป็น ไอริชคอฟฟี่ ที่รสเข้มถึงอกถึงใจไปทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;.:•:.•.:•:.กาแฟมอคค่า.:•:.•.:•:.&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;::::::ส่วนผสม::::::&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กาแฟ 1 ช้อนชา&lt;br /&gt;โกโก้ 1 ช้อนชา&lt;br /&gt;น้ำร้อน 1 ถ้วย&lt;br /&gt;น้ำตาลทราย ปริมาณตามใจชอบ&lt;br /&gt;ช้อคโกแลตขูด 1 ช้อนชา&lt;br /&gt;วิปปิ้งครีม ที่ตีให้ขึ้นแล้ว 1 ช้อนโต๊ะ หรือตามใจชอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;::::::วิธีทำ::::::&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.:•:. ใส่กาแฟ และโกโก้ ลงในแก้วเดียวกัน เติมน้ำร้อน เติมน้ำตาลทราย ลอยหน้าด้วยวิปปิ้งครีม โรยหน้าตาม ด้วยช็อคโกแลตขูด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-5556887060154036283?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/5556887060154036283/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=5556887060154036283&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/5556887060154036283'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/5556887060154036283'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/coffee-lover.html' title='Coffee Lover'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RvhvukAKl3I/AAAAAAAAAE4/HKq5U4bBclg/s72-c/coffeelover.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-4426456607095573726</id><published>2007-09-25T09:11:00.001+07:00</published><updated>2008-12-09T22:51:30.651+07:00</updated><title type='text'>เชอร์เบตมะนาว</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RvhuNkAKl2I/AAAAAAAAAEw/RJM91sZqV18/s1600-h/lime.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://3.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RvhuNkAKl2I/AAAAAAAAAEw/RJM91sZqV18/s320/lime.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5113958556160923490" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เชอร์เบตมะนาว&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;::::::ส่วนผสม::::::&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำแข็งเกล็ด 2 ถ้วย&lt;br /&gt;น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ&lt;br /&gt;น้ำ 1 ถ้วย&lt;br /&gt;น้ำตาลทราย 1 ถ้วย&lt;br /&gt;โรสแมรี่ 1 ช่อ&lt;br /&gt;เกลือ 1 หยิบมือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;::::::วิธีทำ::::::&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. นำน้ำตั้งไฟให้เดือด แล้วใส่น้ำตาลลงไป ใส่ช่อโรสแมรี่ ถ้าไม่มีอย่างสด ก้อให้ใช้อย่างแห้งที่ขายเป็นขวด ใช้ซัก 1 ช้อนชา ใส่เกลือลงไป&lt;br /&gt;2. เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนน้ำเชื่อมเหนียว จึงตักโรสแมรี่ออก ยกลงจากเตา และทิ้งไว้จนน้ำเชื่อมเย็น &lt;br /&gt;3. ใส่น้ำแข็งเกล็ดลงในเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ตามด้วย มะนาว น้ำเชื่อม&lt;br /&gt;4. ปั่นจนน้ำแข็งเป็นเกล็ดละเอียด รินใส่แก้ว และเสริ์ฟทันที&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-4426456607095573726?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/4426456607095573726/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=4426456607095573726&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/4426456607095573726'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/4426456607095573726'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/blog-post_8968.html' title='เชอร์เบตมะนาว'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RvhuNkAKl2I/AAAAAAAAAEw/RJM91sZqV18/s72-c/lime.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-7464838878008338809</id><published>2007-09-25T08:52:00.001+07:00</published><updated>2007-09-25T08:52:27.125+07:00</updated><title type='text'>ขอความคิดเห็นหน่อยนะครับ</title><content type='html'>&lt;strong&gt;" คำว่า เพื่อนแท้ กับ เพื่อนที่ดี แตกต่างกันอย่างไร? "&lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-7464838878008338809?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/7464838878008338809/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=7464838878008338809&amp;isPopup=true' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/7464838878008338809'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/7464838878008338809'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/blog-post_25.html' title='ขอความคิดเห็นหน่อยนะครับ'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-1220656460577828140</id><published>2007-09-24T12:29:00.000+07:00</published><updated>2008-12-09T22:51:30.784+07:00</updated><title type='text'>เปลือกผักผลไม้มีประโยชน์</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RvdLHEAKl1I/AAAAAAAAAEo/G47auls-pAk/s1600-h/siamhadotcom-823.jpeg"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://4.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RvdLHEAKl1I/AAAAAAAAAEo/G47auls-pAk/s200/siamhadotcom-823.jpeg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5113638486608090962" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ใครที่ชินกับการกินผักผลไม้ที่ต้องปอกเปลือกให้เกลี้ยงบ้าง อย่าง แตงกวา มันฝรั่ง มะนาว มะกรูด เป็นต้น ทราบหรือไม่ว่า เปลือกที่ปอกทิ้งไปนั้นก็มีประโยชน์เหมือนกัน วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์คลีย์ ทำวิจัยไว้ว่า&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;- เปลือกแอ๊ปเปิ้ล เชื่อว่ามีผลในการต่อต้านมะเร็ง ตามที่นักวิจัยพบว่าเปลือกของแอ๊ปเปิ้ลแดงผลหนึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระเทียบเท่าวิตามินซี 820 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่ได้จากน้ำส้มคั้นถึง 2 ควอตช์ เลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-  เปลือกมันฝรั่ง อุดมไปด้วยใยอาหาร (fiber) ธาตุเหล็ก โปแตสเซียม และวิตามินบี มากกว่าที่ได้จากเนื้อมันเสียอีก เมื่อเทียบปริมาณเท่า ๆ กันแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ผิวส้ม มะนาว หรือมะกรูด มีสาร ดี-ไลโมนีน (น้ำมันหอมระเหยชนิดหนึ่ง) เทอปีน เฮสเพอริดีน (ยาป้องกันการตกเลือดโดยลดความเปราะของเส้นเลือด) คูมาริน (สารต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย) และแคโรทีนอยด์ (สารสีเหลืองช่วยต้านอนุมูลอิสระ) ซึ่งดีต่อสุขภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองหันมาทานผักผลไม้พร้อมทั้งเปลือกดู แต่ก่อนทานก็อย่าลืมล้างให้สะอาดก่อนแล้วกัน.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-1220656460577828140?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/1220656460577828140/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=1220656460577828140&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/1220656460577828140'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/1220656460577828140'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/blog-post_24.html' title='เปลือกผักผลไม้มีประโยชน์'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RvdLHEAKl1I/AAAAAAAAAEo/G47auls-pAk/s72-c/siamhadotcom-823.jpeg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-3166395247537862159</id><published>2007-09-22T14:33:00.001+07:00</published><updated>2008-12-09T22:51:31.274+07:00</updated><title type='text'>คนตัดไม้</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RvTFJUAKl0I/AAAAAAAAAEg/GfF3-QsR92o/s1600-h/%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://2.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RvTFJUAKl0I/AAAAAAAAAEg/GfF3-QsR92o/s200/%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5112928240751253314" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;มีคนตัดไม้คนหนึ่ง นำฟืนไปขายให้แก่ร้านขายฟืน&lt;br /&gt;ซึ่งร้านขายฟืน ก็ปฏิบัติต่อคนตัดไม้ดีมาก&lt;br /&gt;ดังนั้นคนตัดไม้จึงคิดอยากตอบแทน&lt;br /&gt;โดยการจะตัดไม้ให้ได้เป็นจำนวนมากๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในวันแรกคนตัดไม้ตัดไม้ได้ 20 ต้น&lt;br /&gt;แล้วนำมาให้ร้านขายฟืนซึ่งร้านขายฟืนก็ชมเชย&lt;br /&gt;และปฏิบัติต่อคนตัดไม้อย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่พอในวันที่ 2&lt;br /&gt;คนตัดไม้ก็ตั้งใจจะตัดให้ได้มากขึ้น&lt;br /&gt;แต่ปรากฏว่ากลับตัดได้เพียง 18 ต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในวันรุ่งขึ้นก็กะว่าจะตัดให้ได้มากยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;แต่ก็กลับเหลือ 16 ต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยิ่งนับวันผ่านไปเรื่อยๆก็ตัดได้น้อยลงเรื่อยๆ&lt;br /&gt;จนในที่สุดคนตัดไม้ก็รู้สึกละอายใจ&lt;br /&gt;จึงไปกล่าวคำขอโทษกับทางร้านขายฟืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เจ้าของร้านขายฟืนก็กลับถามคนตัดไม้ว่า&lt;br /&gt;คุณลับขวานครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนตัดไม้ตอบว่า&lt;br /&gt;ผมไม่มีเวลาหยุดลับขวานเลย&lt;br /&gt;เพราะขนาดไม่หยุดยังตัดไม้ได้น้อยขนาดนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งเจ้าของร้านก็บอกแก่คนตัดไม้ว่า&lt;br /&gt;คุณลองคิดดูสิว่าหากคุณหยุดลับขวานให้คม&lt;br /&gt;โดยเสียเวลาเพียงเล็กน้อย&lt;br /&gt;คุณอาจตัดไม้ได้มากกว่านี้ก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เปรียบได้กับการทำงาน&lt;br /&gt;ถ้าคุณก้มหน้าก้มตาทำโดยไม่หยุดพักหยุดคิด&lt;br /&gt;เปรียบได้กับคนตัดไม้&lt;br /&gt;คุณก็จะล้าลงไปเรื่อย..&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-3166395247537862159?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/3166395247537862159/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=3166395247537862159&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/3166395247537862159'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/3166395247537862159'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/blog-post_2881.html' title='คนตัดไม้'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RvTFJUAKl0I/AAAAAAAAAEg/GfF3-QsR92o/s72-c/%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-5988985979761274938</id><published>2007-09-22T14:21:00.001+07:00</published><updated>2007-09-22T14:21:43.357+07:00</updated><title type='text'>ของขวัญกับความในใจ</title><content type='html'>&lt;strong&gt;การมอบของขวัญก็แสดงออกถึงจิตใจของผู้มอบให้ด้วยนะคะ เพราะก่อนที่เขาจะมอบให้คุณ เขาก็ต้องคิดนานอยู่เหมือนกันละว่าจะให้อะไรดี งั้นเรามาลองดูกันนะคะว่าการที่เขาให้สิ่งนั้นสิ่งนี้น่ะ มันหมายความว่างัย &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt; &lt;strong&gt;ดอกไม้&lt;/strong&gt; ถ้าคุณไม่รู้จักเค้าเลย แสดงว่าเค้าปิ๊งคุณเข้าแล้วหล่ะ แต่ถ้าเป็นแฟนกันแล้วก็รู้ ๆ กันอยู่ คงไม่ตื่นเต้นอะไรนักหรอก คนให้เค้าอยากให้คุณแจ่มใส เบิกบาน เหมือนดอกไม้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;strong&gt;หนังสือกลอน &lt;/strong&gt;เค้าคงไม่กล้าบอกอะไรกับคุณ เลยใช้หนังสือกลอนเป็นสื่อ เค้าเป็นคนฉลาด รู้ทันคน ออกจะอ่อนไหว แต่ก็จริงใจกับคุณมาก หรือไม่ก็คงอยากให้กำลังใจคุณ แต่ไม่กล้าพูดน่ะ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt; ช็อคโกแลต&lt;/strong&gt; คนให้นี่ค่อนข้างจะขี้เล่น ไม่ซีเรียส และใจกว้างทีเดียวนะคะ เพราะอารายน่ะเหรอ ก๊อเพราะเค้าไม่กลัวว่าคุณจะอ้วนน่ะสิจ๊า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;strong&gt;น้ำหอม &lt;/strong&gt;เค้าเป็นคน Hiclass ทีเดียว สำอาง สุภาพ ค่อนข้างขี้เก๊กจนน่าหมั่นไส้ (เชอะ!) แต่เท่ห์เชียวหล่ะ (อ้าว!) ช่างเอาอกเอาใจซะด้วยซี อาจเป็นชายในฝันของคุณก็ได้นะ ใครจะรู้ =*-*= &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;strong&gt;ตุ๊กตา&lt;/strong&gt; อันนี้ม่ายหว๋าย เค้าจะมองเห็นคุณเป็นเด็กนะคะ เค้าค่อนข้างจะเป็นผู้ใหญ่เกินตัว ชอบสอน แต่ใจดี เหมาะกับคุณ ๆ ที่ชอบเป็นเด็กทั้งหลายนะคะ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;strong&gt;การ์ดวาเลนไทน์ &lt;/strong&gt;เค้าเป็นคนใจร้อน อยากให้รู้ไปเลยว่าคิดยังงัยกับเค้า เป็นคนจริงใจ ค่อนข้างจะรักเดียวเสียด้วย ก็น่าจะภูมิใจนะ ถ้าเค้าได้เป็นคนพิเศษของคุณน่ะ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;คราวนี้ก็ลองนึกดูซิ ว่าหวานใจของคุณเคยให้อะไรคุณบ้าง แต่ถ้าตั้งแต่คบกันไม่เคยให้อะไรคุณเลย…..เฮอะๆๆๆๆ&lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-5988985979761274938?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/5988985979761274938/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=5988985979761274938&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/5988985979761274938'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/5988985979761274938'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/blog-post_22.html' title='ของขวัญกับความในใจ'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-2143024930530617439</id><published>2007-09-21T12:25:00.000+07:00</published><updated>2008-12-09T22:51:32.074+07:00</updated><title type='text'>ต้มยำปลาเก๋า</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RvNUA0AKlzI/AAAAAAAAAEY/Y9fECDVtePk/s1600-h/fd2_1%2520.jpeg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://3.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RvNUA0AKlzI/AAAAAAAAAEY/Y9fECDVtePk/s200/fd2_1%2520.jpeg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5112522374931715890" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;คุณค่าทางโภชนาการ (สำหรับ 1คน)&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;พลังงาน 125 กิโลแคลอรี่&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;โปรตีน                    18.2 กรัม&lt;br /&gt;ไขมัน                       2.8 กรัม&lt;br /&gt;คาร์โบไฮเดรต            5.8 กรัม&lt;br /&gt;ใยอาหาร                   1.4 กรัม&lt;br /&gt;ธาตุเหล็ก                   2 มิลลิกรัม&lt;br /&gt;แคลเซียม                84 มิลลิกรัม&lt;br /&gt;ฟอสฟอรัส             144 มิลลิกรัม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เครื่องปรุง&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ปลาเก๋า                           1 ตัว 500 กรัม&lt;br /&gt;เห็ดฟาง                                   100 กรัม&lt;br /&gt;มะเขือเทศสีดา                              1 ลูก &lt;br /&gt;ผักชีฝรั่ง                                       3 ใบ&lt;br /&gt;พริกขี้หนู                                      5 เม็ด&lt;br /&gt;พริกแห้งเผา                                  3 เม็ด &lt;br /&gt;หอมแดงเผา                                  3 หัว&lt;br /&gt;ตะไคร้หั่น                                     2 ต้น&lt;br /&gt;ใบมะกรูด                                     4 ใบ&lt;br /&gt;น้ำปลา น้ำมะขาม อย่างละ                3 ช้อนโต๊ะ&lt;br /&gt;น้ำพริกเผา                                    1 ช้อนโต๊ะ&lt;br /&gt;น้ำซุป                                          3 ถ้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;วิธีทำ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;1. ขอดเกร็ดปลา ผ่าท้อง ควักไส้ออก ล้างให้สะอาดแล่ตัวปลาตามยาว&lt;br /&gt;เอาก้างและครีบออก ผ่าหัวออกเป็นสองซีก หั่นเป็นชิ้นใหญ่ๆ&lt;br /&gt;ทั้งเนื้อปลาและหัวปลา&lt;br /&gt;2. ใส่น้ำซุปลงในหม้อ ตั้งไฟให้เดือด ใส่ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง พริกแห้ง ต้มจนเดือด ใส่ปลา มะเขือเทศ เห็ดฟาง&lt;br /&gt;3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำพริกเผา โรยผักชีฝรั่ง พริกขี้หนู ตักใส่ถ้วย รับประทานร้อนๆ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-2143024930530617439?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/2143024930530617439/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=2143024930530617439&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/2143024930530617439'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/2143024930530617439'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/blog-post_21.html' title='ต้มยำปลาเก๋า'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RvNUA0AKlzI/AAAAAAAAAEY/Y9fECDVtePk/s72-c/fd2_1%2520.jpeg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-2818449500672652827</id><published>2007-09-20T16:49:00.000+07:00</published><updated>2008-12-09T22:51:32.187+07:00</updated><title type='text'>เรื่องเล็กๆๆของผู้ชาย</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RvJB6pFCXtI/AAAAAAAAAEQ/wDjpVjFIAM0/s1600-h/26785.jpg"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://1.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RvJB6pFCXtI/AAAAAAAAAEQ/wDjpVjFIAM0/s200/26785.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5112221002734132946" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เรื่องเล็กๆ ของผู้ชาย&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       เปิดโอกาสให้ฝ่ายชายพูดบ้าง คงไม่บ่อยนักที่ฝ่ายชายจะยอมออกมาเปิดอกถึงความรู้สึกของตัวเอง คงเพราะธรรมชาตินั้นสร้างผู้ชายให้ทำเป็นแต่ปิดปากรับฟังเ รื่องราวแต่ของผู้หญิง จนพวกเธอได้ใจและไม่ยอมให้ผู้ชายได้พูดอีกเลย แต่ในชีวิตคู่นั้นการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้เผยความรู้สึก บ้าง ก็เป็นการกระชับความสัมพันธ์ได้ในอีกระดับหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;อย่ามองว่าผู้ชายเป็นได้แค่ขอนไม้นิ่งๆ &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ผู้ชายก็มีอารมณ์และอยากแสดงความรู้สึกต่างๆ ออกมาไม่แพ้ผู้หญิง ทั้งอาการดีใจ โมโห หรือฉุนเฉียว หากผู้หญิงเปิดโอกาสให้หนุ่มคนรักได้แสดงตัวตนที่แท้จริงอ อกมา ก็ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายและหายอึดอัดและคุณผู้หญิงก็จะได ้ยินคำว่า “อยู่กับคุณแล้วผมสบายใจมากที่สุดในโลก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ปล่อยให้ใช้ชีวิตอิสระบ้าง&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;       เหตุผลหลักที่ทำให้ผู้ชายหาทางเลิกกับคนรัก คงเพราะการถูกจำกัดอิสรภาพมากเกินไป การมัดใจหนุ่มด้วยวิธีนี้ไม่ยาก เพียงคุณสาวๆให้เขามีเวลาส่วนตัวบ้าง ก็คงได้ผลลัพธ์ที่เขาอยากใช้เวลาส่วนตัวมาอยู่กับคุณมากขึ้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-2818449500672652827?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/2818449500672652827/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=2818449500672652827&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/2818449500672652827'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/2818449500672652827'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/blog-post_20.html' title='เรื่องเล็กๆๆของผู้ชาย'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RvJB6pFCXtI/AAAAAAAAAEQ/wDjpVjFIAM0/s72-c/26785.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-1189137687052390381</id><published>2007-09-17T07:51:00.000+07:00</published><updated>2007-09-17T07:51:34.152+07:00</updated><title type='text'>เพื่อสุขภาพ....จริงเหรอ</title><content type='html'>&lt;strong&gt;1. กินน้ำมะนาวปั่นสามารถแก้อาการเมาค้างได้ จริงหรือ &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฉลย ไม่จริง แต่แก้อาการเมาค้างได้โดยการดื่มน้ำกล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้ง &lt;br /&gt;เพราะกล้วยจะทำให้กระเพาะของเราสงบลง ส่วนน้ำผึ้งจะเป็นตัวช่วยหนุนเสริมปริมาณ น้ำตาลในเส้นเลือดที่หมดไป ในขณะที่นมก็ช่วยปรับระดับของเหลวในร่างกายของเรา ทำให้อาการเมาหายไปได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;2. เมื่อเป็นไข้ไม่ควรกินฝรั่ง จริงหรือ &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฉลย จริง เพราะในฝรั่งมีแร่โพแทสเซียม สูง เมื่อเวลาเป็นไข้ร่างกายจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น &lt;br /&gt;การกินอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงจะส่งผลให้เกิดอาการชักได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;3. มันฝรั่งช่วยลดความดันโลหิตให้ต่ำลงได้ จริงหรือ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฉลย จริง เพราะในมันฝรั่งมีสารเคมีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่ชื่อว่า คูคัวไมน์ส มีสรรพคุณในการควบคุมความดันโลหิตให้ต่ำลง และมันยังรักษาโรคที่ลึกลับที่เรียกว่า โรคนอนหลับ ได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;4. ดื่มนมร้อนก่อนนอนจะช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้ จริงหรือ &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฉลย ไม่จริง แต่การดื่มนมร้อนก่อนนอนจะช่วยให้นอนหลับสบาย ยิ่งขึ้น เพราะนมร้อนจะส่งเสริมให้สมองหลั่งสาร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;5. การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชายได้ จริงหรือ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฉลย ไม่จริง แต่การเคี่ยวหมากฝรั่งช่วยให้ คน ไข้ผ่าตัดลำไส้ใหญ่หายเร็วขึ้น เพราะการเคี้ยวหมากฝรั่งหลังการผ่าตัด เป็น การ บริหารให้ลำไส้กลับมาทำงานตามปกติ ได้เร็วขึ้น คนไข้จะไม่เกิดอาการลำไส้อืดซึ่ง ทำให้ปวดท้อง และท้องอืด หลังจากที่ต้องหยุดทำงานไปพักหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;6. การกินเนยก่อนนอนทำให้นอนหลับสนิทขึ้น จริงหรือ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฉลย จริง เพราะในเนยมีกรดอมิโน ที่มี ชื่อ ว่า ทริปโตพัน ซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และสะกดให้หลับได้สนิทดีขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;7. กินส้มช่วยแก้อาการเซ็งได้ จริงหรือ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฉลย จริง การรับประทานส้มโดยปอกเปลือก เอง จะมีกลิ่นส้มที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และวิตามินซีที่ร่างกายได้รับในจำนวน ที่เพียงพอช่วยให้สมองหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้คลายความเครียดลงได้ดีออกมาด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;8. การกินช็อคโกแล๊ตช่วยแก้ไอได้ จริงหรือ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฉลย จริง เพราะ โกโก้ที่ใช้ทำช็อคโกแล๊ต มีสารที่ชื่อว่า ธีโอโบรไมน์ จะไปออกฤทธิ์ที่เส้นประสาทชื่อ เวกัสเนอร์ฟ ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการไอ ทำให้สามารถหยุดอาการ ไอเรื้อรังอย่างได้ผล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;9. การกินบ๊วยช่วยเพิ่มกำลังได้ จริงหรือ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฉลย จริง เพราะ การที่คนเรามีอาการ เหนื่อย อ่อนเพลีย เพราะกรดในเลือดสูง ร่างกายไม่สามารถปรับดุลความเป็นด่างได้ทัน แต่บ๊วยมีความเป็นด่าง Ph 7.35 ใกล้เคียงกับเลือดคนเรา จึงช่วยถ่วงดุลความเป็นด่างได้ และยังมีโปรตีน เกลือแร่ และสารอาหารจำเป็นอยู่มากอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;10. การกิน อาหารมื้อเช้าช่วยป้องกันความจำเสื่อมได้ จริง หรือ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฉลย จริง เพราะ เลือดตอนเช้าจะแข็งตัวง่ายกว่าปกติ จึงมีโอกาสที่หลอดเลือดอุดตันมากขึ้น สารอาหารไปเลี้ยงสมองได้น้อยลงสมองจึงค่อยๆ เสื่อม&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-1189137687052390381?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/1189137687052390381/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=1189137687052390381&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/1189137687052390381'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/1189137687052390381'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/blog-post_17.html' title='เพื่อสุขภาพ....จริงเหรอ'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-7260361103936937255</id><published>2007-09-14T12:12:00.000+07:00</published><updated>2008-12-09T22:51:32.216+07:00</updated><title type='text'>10 ผลไม้ไทย ที่มีสารต้านมะเร็งสูง</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuoYJOZh4jI/AAAAAAAAACk/oCs8nuRv5Hk/s1600-h/15271-100.jpeg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://2.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuoYJOZh4jI/AAAAAAAAACk/oCs8nuRv5Hk/s200/15271-100.jpeg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5109923273968312882" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;วันนี้เกร็ดความรู้มี 10 ผลไม้ไทยที่มีสารต้านมะเร็งสูงมาฝากกัน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;            กรมอนามัยวิจัย 10 ผลไม้ไทย มีสารต้านมะเร็งสูง นางนัทยา จงใจเทศ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จากการทำวิจัย “องค์ความรู้เรื่องปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในผลไม้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ (วิตามินซี วิตามินอี และ เบต้าแคโรทีน) ในผลไม้” ที่ทำการศึกษาในผลไม้ 83 ชนิด พบว่า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   ผลไม้ 10 อันดับแรกที่มีเบต้าแคโรทีนสูงคือ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                1.     มะม่วงน้ำดอกไม้สุก &lt;br /&gt;                2.     มะเขือเทศราชินี &lt;br /&gt;                3.     มะละกอสุก &lt;br /&gt;                4.     กล้วยไข่ &lt;br /&gt;                5.     มะม่วงยายกล่ำ &lt;br /&gt;                6.     มะปรางหวาน &lt;br /&gt;                7.     แคนตาลูปเนื้อเหลือง &lt;br /&gt;                8.     มะยงชิด &lt;br /&gt;                9.     มะม่วงเขียวเสวยสุก  &lt;br /&gt;              10.     สับปะรดภูเก็ต  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;            ผลไม้ทั้งหมดนี้มีเนื้อสีเหลืองและสีเหลืองเข้ม &lt;br /&gt;  &lt;br /&gt; ส่วนผลไม้ที่ไม่มีเบต้าแคโรทีนเลย  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;              1. แก้วมังกร  &lt;br /&gt;              2. มะขามเทศ  &lt;br /&gt;              3. มังคุด  &lt;br /&gt;              4. ลิ้นจี่  &lt;br /&gt;              5. สาลี่  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ส่วน 10 อันดับแรกของผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงคือ  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;              1. ฝรั่งกลมสาลี่  &lt;br /&gt;              2. ฝรั่งไร้เมล็ด  &lt;br /&gt;              3. มะขามป้อม  &lt;br /&gt;              4. มะขามเทศ &lt;br /&gt;              5. เงาะโรงเรียน  &lt;br /&gt;              6. ลูกพลับ  &lt;br /&gt;              7. สตรอเบอร์รี่  &lt;br /&gt;              8. มะละกอสุก  &lt;br /&gt;              9. ส้มโอขาว  &lt;br /&gt;              10. แตงกวา  &lt;br /&gt;              11. พุทราแอปเปิล  &lt;br /&gt;  &lt;br /&gt; การศึกษานี้พบผลไม้ที่มีวิตามินอีสูง 10 อันดับแรกคือ  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;              1. ขนุนหนัง  &lt;br /&gt;              2. มะขามเทศ  &lt;br /&gt;              3. มะม่วงเขียวเสวยดิบ  &lt;br /&gt;              4. มะเขือเทศราชินี  &lt;br /&gt;              5. มะม่วงเขียวเสวยสุก      &lt;br /&gt;              6. มะม่วงน้ำดอกไม้สุก  &lt;br /&gt;              7. มะม่วงยายกล่ำสุก &lt;br /&gt;              8. แก้วมังกรเนื้อสีชมพู  &lt;br /&gt;              9. สตรอเบอร์รี่  &lt;br /&gt;            10. กล้วยไข่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;            ผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และวิตามินอีน้อยทั้ง 3 ตัว คือ สาลี่ องุ่น และแอปเปิล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  ส่วนผลไม้ที่มีสารทั้ง 3 ตัว ค่อนข้างสูงคือ มะเขือเทศราชินี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;            ทั้งนี้ เบต้าแคโรทีน วิตามินซีและอี เป็นกลุ่มของสารอาหารที่ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่ก่อให้ร่างกายเกิดการอักเสบ ทำลายเนื้อเยื่อ เกิดต้อกระจกในผู้สูงอายุ โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด สารทั้ง 3 ตัว โดยเฉพาะ เบต้าแคโรทีนจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการก่อกลายพันธุ์ ป้องกันเนื้องอก ลดความเสี่ยงการเป็นต้อกระจก มะเร็งและหัวใจได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;            จึงควรรับประทานผลไม้ในปริมาณมากพอสมควรทุกวัน หรืออย่างน้อยวันละ 4 ส่วนของอาหารที่รับประทาน เพื่อสุขภาพที่ดี&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-7260361103936937255?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/7260361103936937255/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=7260361103936937255&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/7260361103936937255'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/7260361103936937255'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/10.html' title='10 ผลไม้ไทย ที่มีสารต้านมะเร็งสูง'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuoYJOZh4jI/AAAAAAAAACk/oCs8nuRv5Hk/s72-c/15271-100.jpeg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-554585453245976447</id><published>2007-09-14T12:06:00.000+07:00</published><updated>2007-09-14T12:06:27.420+07:00</updated><title type='text'>"ปรัชญาสู่ความยิ่งใหญ่ 5 ข้อ"</title><content type='html'>มีผู้คนมากมายที่เคยเข้ามาพูดคุยและป้อนคำถามว่า “อะไรคือหลักปฏิบัติให้สามารถก้าวเดินสู่หนทางแห่งความยิ่งใหญ่หรือบันไดสู่ความสำเร็จได้..?” คำตอบจากประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือบุคคลรอบข้าง มีปรัชญาง่าย ๆแต่ปฏิบัติยากเพียง 5 ข้อเท่านั้นคือ&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;1. จดจำไม่ลืมเลือน &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เรื่องดีเก็บเกี่ยวให้เป็นความทรงจำอันประทับใจเพื่อสร้างความสุขเรื่องร้ายเก็บใส่ใจเอาไว้เป็นเครื่องเตือนใจเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเช่นเดิมอีกต่อไปในอนาคต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;2. โอนอ่อนดั่งต้นหลิว&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;การอ่อนน้อมถ่อมตน ล้วนเป็นข้อปฏิบัติที่สำคัญสำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จทั้งหลาย การรู้จักปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดีไม่คล้อยตามบุคคลอื่นอย่างไร้เหตุผล การกระทำเช่นนี้เปรียบได้กับต้นหลิวใหญ่ที่รู้จักลู่ลมเมื่อพายุฝนพัดกระหน่ำ แม้ต้นไม้ใหญ่ทั้งหลายจักโค่นล้มลงเท่าใดก็ตาม หากแต่ต้นหลิวก็ยังคงทนอยู่ได้อย่างมั่นคงสืบไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;3. เมตตารู้จักให้&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;การรู้จักให้ความเมตตา ให้ความรัก ให้อภัย หรือสิ่งใดก็ตามในทางที่ดีแก่ผู้อื่นนั้น ย่อมสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่ได้ประสบพบเห็นเสมอ ดั่งพุทธพจน์ที่ว่า “ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;4. สนใจรับผิดชอบ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นการงาน เรื่องครอบครัว เรื่องเวลานัดหมาย เรื่องเพื่อนฝูงญาติพี่น้องและตนเอง เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจและเอาใจใส่หากบุคคลใดบกพร่องต่อหน้าที่ความรับผิดชอบแล้วไซร้ เห็นที่จะประสบความสำเร็จได้ยาก ซึ่งนั่นก็หมายถึงคุณตัดเส้นทางเดินสู่ความยิ่งใหญ่ของคุณเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;5. อดทนจนได้ชัย&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เป้าหมายที่ปลายมือย่อมดีกว่าเป้าหมายที่ปลายฟ้า” ความหวังที่จะประสบผลสำเร็จในความปรารถนาที่จับต้องได้และไม่ไกลเกินฝันนั้น แม้จะยังไม่สำเร็จในวันนี้หากรู้จักความมานะอดทนสักวันหนึ่งวันข้างหน้าก็ต้องประสบความสำเร็จจนได้ เช่นเดียวกับสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทยที่พี่ชายผู้เขียนเป็นนายกสมาคมฯ และผู้เขียนเป็นที่ปรึกษาสมาคมฯ ซึ่งกลายเป็นทีมกีฬายอดเยี่ยมแห่งปี 2547 สามารถคว้าเหรียญกีฬาโอลิมปิค ได้ถึง 4 เหรียญ เราต้องใช้ระยะเวลาในการหล่อหลอมฝึกฝนนักกีฬาแต่ละคนไม่ต่ำกว่า 8- 10 ปี ต้องฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการ กว่าจะมีวันแห่งชัยชนะและเป็นสุดยอดของทีมนักกีฬาไทย หรือแม้กระทั่งทีมเชียร์ลีดเดอร์ของมหาวิทยาลัยรังสิต ที่ได้รับชัยชนะจากการแข่งขันที่ประเทศอังกฤษจนกระทั่งกลายเป็นทีมเชียร์ลีดเดอร์แชมป์โลก ต่างก็ต้องอดทนต่ออุปสรรคมากมายกว่าจะถึงเส้นชัย ดังนั้นการก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่นั้นจำเป็นต้องอดทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...นี่แหละคือปรัชญาสู่ความยิ่งใหญ่....ที่ดูเหมือนง่ายแต่ทำได้ยาก...&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-554585453245976447?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/554585453245976447/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=554585453245976447&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/554585453245976447'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/554585453245976447'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/5_13.html' title='&quot;ปรัชญาสู่ความยิ่งใหญ่ 5 ข้อ&quot;'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-7566950554130031906</id><published>2007-09-11T12:24:00.001+07:00</published><updated>2008-12-09T22:51:32.375+07:00</updated><title type='text'>ดื่มน้ำเมื่อท้องว่าง ดีอย่างไร?</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuYmizqsb1I/AAAAAAAAACY/Vs8Dg8gdIpg/s1600-h/26439.jpeg"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://4.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuYmizqsb1I/AAAAAAAAACY/Vs8Dg8gdIpg/s200/26439.jpeg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5108813206725095250" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;การดื่มน้ำเมื่อท้องว่างผ่านกระเพาะเพื่อรักษาสุขภาพที่ดี &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในประเทศญี่ปุ่นทุกวันนี้เป็นที่นิยมการดื่มน้ำทันทีหลังตื่นนอนตอนเช้า (ก่อนแปรงฟัน) เพื่อการรักษาสุขภาพที่ดี มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์ พบว่าน้ำ สามารถใช้ชะลอความแก่ และสามารถบำบัดรักษาโรคได้ เราสามารถใช้น้ำเพื่อบำบัดรักษาโรคได้หลายโรค มีการพิสูจน์จนยอมรับว่าสามารถบำบัดรักษาโรคเหล่านี้ได้ผล 100%  (ค่อยเป็นค่อยไป ต้องใช้ระยะเวลา) ปวดหัว ปวดตามตัว โรคระบบหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ โรคหัวใจเต้นเร็วโรคลมบ้าหมู โรคอ้วน โรคหลอดลมอักเสบ โรคหืด วัณโรค อาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไขสันหลังอักเสบ โรคไต และยูริก โรคแสลงคลื่นไส้ต่างๆโรคกระเพาะ โรคท้องร่วง โรคริดสีดวง โรคเบาหวาน โรคอาการท้องผูก โรคตา โรคภายในสตรี มะเร็ง และรอบเดือนไม่ปกติ โรคคอ หู จมูก &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;วิธีการรักษาปฏิบัติดังนี้ &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;1. ตื่นนอนตอนเช้า ก่อนแปรงฟัน ให้ดื่มน้ำ 4 แก้ว (640 ซีซี) &lt;br /&gt;2. หลังจากนั้นสามารถแปรงฟันและล้างหน้าได้ แต่ต้องไม่ดื่ม หรือรับประทานอะไรจนกว่า 45 นาทีผ่านไป จึงจะรับประทานได้ตามปกติ &lt;br /&gt;3. หลังรับประทานอาหารเช้า กลางวัน เย็น ไปแล้ว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-7566950554130031906?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/7566950554130031906/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=7566950554130031906&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/7566950554130031906'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/7566950554130031906'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/blog-post_10.html' title='ดื่มน้ำเมื่อท้องว่าง ดีอย่างไร?'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuYmizqsb1I/AAAAAAAAACY/Vs8Dg8gdIpg/s72-c/26439.jpeg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-2412651442403857888</id><published>2007-09-09T18:19:00.000+07:00</published><updated>2008-12-09T22:51:32.638+07:00</updated><title type='text'>8 ข้อตกลงก่อนที่จะรักกัน</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuPWnDqsb0I/AAAAAAAAACQ/WUYA-DNii5I/s1600-h/26374.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5108162368855895874" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuPWnDqsb0I/AAAAAAAAACQ/WUYA-DNii5I/s320/26374.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;1. แต่งตัวหรือช้อปปิ้งนานเกินเหตุ ก็บอกคนรักก่อนที่เขาจะไปกับเรา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;2. ต้องบอกล่วงหน้า ถ้าไม่ว่างหรือจะมาช้า&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;3. อย่าผิดนัดบ่อย ( เพราะจะรู้สึกเบื่อมาก ๆๆ )&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;4. ไม่ควรพูดจาหยาบคายหรือตะคอกใส่กัน ( เพราะจะทำให้เรา(เขา)รู้สึกเสียใจและเกิดอาการน้อยใจ )&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;5. ห้ามขู่หรือทำร้ายร่างกาย ( โดยเด็ดขาด เพราะเราเขา จะทนไม่ได้)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;6. ห้ามหลีชาย( หญิง ) อื่นทั้งต่อหน้าและลับหลัง คนรัก ( เพราะจะทำให้เรา(เขา)รู้สึกด้อยหรือไม่มั่นใจตัวเอง)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;7. อย่าโกหกในเรื่องสำคัญ ๆเช่น เรื่องครอบครัว การทำงาน และเรื่องส่วนตัว ถ้าจับได้ทีหลังมันเสียความรู้สึก ( สำคัญมาก ๆๆ)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;8. ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกเบื่อหรือไม่เหมือนเดิมให้รีบบอกอีกฝ่ายหนึ่งทันที(โดยด่วน เพราะจะได้เตรียมใจทัน )&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;แต่ที่บอกกล่าวมาในข้างต้น ไม่จำเป็นที่จะต้องทำตามเสมอไป เราควรเว้น ช่องว่าง ไว้ให้กันบ้าง เพื่อที่จะได้มีเวลาเป็นส่วนตัว ถ้าเกิดคิดจะติดอยู่ในกรอบของใครของมันแบบนี้ ไม่ได้ทำให้มีความสุขทั้งสองฝ่ายหรอกนะคะ ลองคิดดูก่อนเพราะถ้าเกิดตั้งกฎขึ้นมา ตอนแรกเขาอาจจะรับได้แต่พอเรื่อย ๆไป เราอาจจะไปบังคับเขาไม่ได้แล้ว&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-2412651442403857888?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/2412651442403857888/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=2412651442403857888&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/2412651442403857888'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/2412651442403857888'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/8.html' title='8 ข้อตกลงก่อนที่จะรักกัน'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuPWnDqsb0I/AAAAAAAAACQ/WUYA-DNii5I/s72-c/26374.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-4361319178177245383</id><published>2007-09-08T21:28:00.000+07:00</published><updated>2007-09-08T21:28:46.005+07:00</updated><title type='text'>5 ขั้นตอนก่อนจะ...เสียตัว</title><content type='html'>&lt;span style="color:#000000;"&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;font-size:130%;"&gt;ตอนเป็นวัยรุ่น ผมมีเพื่อนผู้ชายมากมายหลายคนที่เป็นสมาชิก "หน่วยล่าพรหมจรรย์" เขาทั้งหลายจะรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้ "ทำแต้ม" ในการจีบทิ้งจีบขว้าง…เมื่อสาวหลงใหล ก็ผลักไสเพื่อหา(เหยื่อราย)ใหม่ต่อไป เก็บสถิติให้หมดทุกคณะในมหาวิทยาลัย จีบแล้วฟัน ฟันแล้วทิ้ง เป็นวัฏจักรแห่งกิจกรรมชีวิต…เป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของชีวิต คนเรานี่ถ้าเป็นเอกในเรื่องความดีไม่ได้ ก็ไม่ขอเป็นรองใครในเรื่องชั่ว…เหมือนตัวผู้ร้ายในหนังเรื่อง Unbreakable จะมีวิธีการใดที่สาวๆ วัยรุ่นที่น่ารักทั้งหลาย จะหลีกหนีมิให้ตนต้องตกเป็นเหยื่อของบุคคลดังกล่าว…ผมตกผลึกมาได้ทั้งหมด 5 ขั้นตอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;font-size:130%;"&gt;1. อย่าเปิดโอกาส จากการสัมภาษณ์วัยรุ่นจำนวนมาก พบว่าการมีเซ็กส์ครั้งแรกไม่ได้เกิดขึ้นโดยความตั้งใจหรือมีการเตรียมความ พร้อม ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะบรรยากาศพาไป อยู่กันสองต่อสองหรือสถานที่ลับหูลับตา โดยหารู้ไม่ว่าสถานที่ดังกล่าวคือออฟฟิตของเหล่าบรรดาสมาชิกหน่วยล่า พรหมจรรย์ ถ้าเขาชักชวนไปในที่ดังกล่าว เราก็ขอเปลี่ยนเป็นสถานที่ที่ผู้คนชุกชุม เวลาค่ำมืดก็ต้องหลีกเลี่ยง…แผนการที่เขาได้วางไว้ ไม่สามารถลงมือได้…เพราะโอกาสไม่เอื้ออำนวย อย่าคิดว่าผู้ชายดีๆ จะไม่เคยคิดชั่ว…สมัยผมเป็นวัยรุ่นคิดชั่วเป็นประจำ แต่ดีอยู่อย่างคือไม่เคยลงมือ… เพราะไม่มีโอกาส…เดี๋ยวนี้ผมมีโอกาสมากมาย แต่ไม่ยอมลงมือ เพราะเลิกคิดชั่วแล้ว… จากวัยรุ่นอายุใกล้ 20 มาเติบโตจนถึงวัยเกือบ 40…จากคนที่คิดชั่วเป็นประจำ มาเป็นเลิกคิดชั่วแล้ว…การเปลี่ยนแปลงตรงนี้เราเรียกว่า "วุฒิภาวะ" (Maturity) – ส่วนหนึ่งของวุฒิภาวะคือความสามารถในการควบคุมอารมณ์ความต้องการของตนหรือ ยับยั้งชั่งใจที่จะกระทำตามความแรงขับภายในจิตใจของตนเอง หรือพูดให้จำง่ายๆว่า "สมองส่วนคิดควบคุมสมองส่วนอยาก" เพราะฉะนั้น ในท่ามกลางหมู่เพื่อนวัยหนุ่มฉกรรจ์ซึ่งยังอ่อนวุฒิภาวะ สมองส่วนอยากทำงานมากกว่าสมองส่วนคิด…การปิดโอกาสมิให้ผู้ชายประพฤติชั่ว มีค่าเท่ากับการเปิดโอกาสให้เขารักษาความดี…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. อย่าเปิดเครื่องรางของขลัง ต้องรู้ว่าผู้ชายกับผู้หญิง อารมณ์ทางเพศตื่นตัวเร็วช้าต่างกัน – ผู้ชายตื่นตัวง่ายเหมือนเตาแก๊ส ส่วนผู้หญิงตื่นตัวช้าเหมือนเตาถ่าน…บางคนต่อความยาวสาวความยืด…กะเทยตื่น ตัวแบบเตาอบไมโครเวฟ…เธอตั้งอุณหภูมิและเวลาได้ตามความเหมาะสม… เพราะฉะนั้น เสื้อผ้าน้อยชิ้นหรือรัดรูป เห็นร่องรอยทรวดทรงองค์เอวของคุณผู้หญิง เป็นเสมือนเครื่องรางของขลัง ที่มีเวทมนต์ดลบันดาลให้ผู้ชายดีๆแปลงร่างกลายพันธุ์เป็นสุนัขป่าล่าเหยื่อ ได้ – ผู้หญิงอาจบอกว่าแต่งโชว์กันเองในหมู่เพื่อนหญิง หนูไม่คิดอะไรมาก…แต่ผู้ชายรู้สึกเยอะ เพราะฉะนั้นกันไว้ดีกว่าแก้…แต่งโป๊ๆ เวลาไปเที่ยวกับเพื่อนผู้หญิงเป็นหมู่ๆ ไม่ว่ากัน แต่ถ้าไปกับผู้ชายสองต่อสอง ต้องหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง…เพราะผู้ชายอาจแก้มนต์ขลังของเราโดยการ "เสกเนื้อเข้าท้อง" หรือมันเล่น "ทำของใส่" …แล้วเราจะเป็นฝ่ายเดือดร้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;font-size:130%;"&gt;3. อย่าเปิดไฟเขียว เป็นผู้หญิงต้องหัดรู้จักปฏิเสธซะบ้าง ไม่ใช่ผู้ชายจะทำอะไร เราไม่ชอบก็ยอมเขาไปหมด ต้องรู้จักใช้ปากในการปฏิเสธ หัดพูดคำว่า "ไม่" "อย่า" "หยุด" …สองคำหลัง ห้ามพูดติดกัน! คำปฏิเสธของเราเปรียบเสมือนสัญญาณไฟแดงบอกให้ฝ่ายชายหยุดการกระทำใดๆ ที่เป็นการเคลื่อนไหว…ถ้ายังไม่หยุดแนะนำว่าควรลุกเดินหนี เพราะบางราย ถ้าเราแค่พูดเฉยๆ เขาอาจคิดว่าเราปฏิเสธพอเป็นพิธี เวลาไปดูหนังด้วยกัน ในโรงหนังจะปิดไฟมืด แม้มีคนมาก แต่ก็เหมือนอยู่กันสองต่อสอง ดูหนังไปอาจเห็นฉากเลิฟซีนรัญจวนใจยั่วเย้าให้เกิดอารมณ์…ขณะเดียวกันกับ ที่ฝ่ายชายก็รุกเร้าด้วยการสัมผัส อาจเริ่มต้นที่วงแขนก่อนที่จะขยายวงกว้างขึ้นๆ…เราเป็นผู้หญิง ไม่ถูกใจก็ต้องกล้าพูด "นี่เธอทำอะไร หยุดนะ! เอามือออกจากแขนฉันเดี๋ยวนี้….แล้วไปวางไว้ที่หน้าขา" …หมายถึงหน้าขาของฝ่ายชายครับ! อย่าเข้าใจผิด!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;font-size:130%;color:#000000;"&gt;4. เจอกันครึ่งทาง บ่อยครั้งเหลือเกินที่ผู้หญิงเองก็ได้รับสัมผัสแห่งความรู้สึกอันอบอุ่น ไว้วางใจ เชื่อมั่น ปลอดภัย และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายซึ่งยากต่อการปฏิเสธ…คุณก็รอโอกาสนี้มานานแล้ว ความรู้สึกโหยหาและหวงแหนทำให้คุณมิอาจเอ่ยคำพูดอันเป็นเหตุทำให้ชายที่คุณ รักรีบ "ถอนสมอ" ขณะที่เขากำลังเตรียมพร้อมจะจอดเทียบ "ท่าใจ" ของคุณ คุณจึงไม่ยอมให้เขา "มือหลุด" เพราะไม่อยากให้เขา "หลุดมือ" ด้วยเหตุที่เขาเป็นผู้ชายที่คุณมองเห็นแล้วว่าดีพอสำหรับคุณ…อย่างที่เคย บอกกันอยู่ ผู้ชายดีๆ เดี๋ยวนี้หายาก…และผู้ชายดีๆ แท้ๆ ยิ่งหายากกว่า การสัมผัสทางกาย เป็นการสื่อสารความรู้สึกผูกพันต่อกัน บ่งบอกอีกหลากหลายอารมณ์ที่ถ้อยคำวาจาก็มิอาจแทนใจ…แต่คุณจะกั้นพรมแดนของ การสัมผัสอยู่แค่ไหน เพื่อที่จะถ่ายเทความรักจากใจสู่ใจระหว่างกัน…โดยที่คุณทั้งสองตระหนักถึง ความไม่พร้อมที่จะมี "กิจกรรมเข้าจังหวะ" ทางกายระหว่างกัน ถ้าแฟนขอที่จะร่วมรักด้วย แต่คุณคิดว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะไปถึงจุดนั้น…ต้องรู้เทคนิคการเจรจา ต่อรองเพื่อพบกันครึ่งทาง…สถานการณ์สมมติ…&lt;br /&gt;คุณพ่อจะทำยังไง ถ้าลูกสาวอยากให้คุณพาไปดูหนัง แต่คุณพ่ออยากนอนพักผ่อนอยู่กับบ้าน จะไปดูหนังตามใจลูกสาวก็ฝืนใจตัวเอง จะบังคับให้ลูกสาวอยู่บ้านก็ไม่อยากขัดใจลูก…ทางออกที่ไม่ทำร้ายจิตใจทั้ง สองฝ่ายอาจเป็นการตกลงเช่า VDO มาดูที่บ้านดีกว่า…อย่างนี้เรียกว่า "เจรจาต่อรอง" เป็นการพบกันครึ่งทางโดยแท้ เพศสัมพันธ์ (Sexual Relationship) คือกิจกรรมทางกายระหว่างคนสองคน ไม่จำเป็นต้องเป็นการร่วมเพศ (Sexual Intercourse) เสมอไป…แต่เพราะคำว่าเพศสัมพันธ์ฟังแล้วนุ่มกว่าคำว่าร่วมเพศ คนทั่วไปจึงเอามาใช้แทนกัน เหมือนเราใช้คำว่า "แฟน" แทนคำว่า "สามีหรือผัว"…ดังนั้นต้องแยกความแตกต่างให้ออก หญิงชายที่รักกันจึงสามารถมีกิจกรรมทางผิวหนังให้เลือกมากมายตั้งแต่ จับมือ เดินจูงมือกัน คล้องแขน ซบไหล่ โอบคอ กอดเอว หอมแก้ม ซุกไซ้ซอกคอ จูบปาก กอดรัด(ฟัดเหวี่ยง) ถูไถไปมาภายนอก สำเร็จความใคร่ให้แก่กันและกัน และอื่นๆ อีกมากมาย……โดยไม่มีการ "เติมคำลงในช่องว่าง" …หัดพูดประโยคต่อไปนี้… "ฉันรักเธอมาก แต่ฉันยังไม่พร้อม แค่เธอกอดฉันไว้แน่นๆ ฉันก็มีความสุขแล้ว" &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000000;"&gt;"ฉันจะยอมต่อเมื่อเราเป็นสามีภรรยากันแล้วเท่านั้น ตอนนี้เรามีอะไรกันภายนอกก็พอ"&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000000;"&gt;5. รู้จักป้องกัน หากคุณทั้งสองพร้อมที่จะขยายพรมแดนกิจกรรมแห่งความรัก พร้อมที่จะพลีกายให้แก่กันและกัน สำหรับวัยรุ่นมีความเหมาะสมหรือไม่ ยังเป็นข้อถกเถียงกันทั่ว แต่อย่าติดเพียงแค่มองว่าเด็กมีปัญหา แต่ต้องมองให้เห็นรากเหง้าสาเหตุของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เดี๋ยวนี้วัยรุ่นรับวัฒนธรรมตะวันตกผ่านสื่อที่มีรูปแบบพัฒนาตามเทคโนโลยี ที่ทันสมัยมากขึ้น ในขณะที่วัฒนธรรมไทยอ่อนกำลังลง…คำสอนประเภทให้รักนวลสงวนตัว อย่าชิงสุกก่อนห่าม อดเปรี้ยวไว้กินหวาน กลายเป็นคำสอนเชยๆในสายตาวัยรุ่นซะแล้ว ฉะนั้นแทนที่ผู้ใหญ่จะมัวแต่ตำหนิพฤติกรรมวัยรุ่น เรามาช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้วัฒนธรรมไทยเข้มแข็งขึ้นกว่านี้…เลิกคิด ว่าเด็กเป็นตัวปัญหา เพราะแท้จริงเขาเป็นเหยื่อของผู้ใหญ่…ที่อยากได้ตังส์จากเด็ก ในฐานะแพทย์ผมให้ความเห็นส่วนตัวว่า เซ็กส์ในวัยเรียนมีสองแบบ…เซ็กส์โง่กับเซ็กส์ฉลาด ถ้าถูกเขาหลอกกินไข่แดง หลงเชื่อคำหวาน ไม่รู้จักปฏิเสธ ไม่รู้วิธีป้องกัน อย่างนี้เรียกว่าเซ็กส์โง่ – โง่ทั้งผู้ชายและผู้หญิง…แต่ผู้หญิงรับผลกรรม ถ้าผู้ชายมันไม่รับผิดชอบ แต่หากเซ็กส์นั้นเป็นความสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรักอัน แน่นแฟ้น รู้จักป้องกันโทษที่อาจเกิดขึ้น คือ การตั้งครรภ์และการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ อย่างนี้เรียกว่าเซ็กส์ฉลาด ต้องรู้จักรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ทำแล้วมานั่งทุกข์ทรมานใจภายหลัง เช่นรู้สึกผิด เศร้า หรือกังวล…ไม่คุ้มเลยเมื่อต้องแลกกับความสุขแป๊บเดียว เสียวชั่วคราว แล้วต้องเศร้าเนิ่นนาน ทรมานใจไปชั่วชีวิต …ถุงยางอนามัยคือทางเลือกสุดท้ายจริงๆ หลังจากที่ผ่านมาหมดแล้วทุกขั้นตอนที่กล่าวมา หน้าที่ของผมก็คงให้ข้อมูลคุณได้เท่านี้… ส่วนหน้าที่ในการตัดสินใจ ขึ้นอยู่กับเจ้าของอวัยวะเพศของตัวเอง…ของใครของมัน &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-4361319178177245383?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/4361319178177245383/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=4361319178177245383&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/4361319178177245383'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/4361319178177245383'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/5.html' title='5 ขั้นตอนก่อนจะ...เสียตัว'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-425335289124232844</id><published>2007-09-08T21:24:00.000+07:00</published><updated>2008-12-09T22:51:34.637+07:00</updated><title type='text'>อัญมณีประจำวันเกิด</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuJa9TqsbzI/AAAAAAAAACI/FMncp3twFw4/s1600-h/sunday_gem.jpeg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5107744936689430322" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuJa9TqsbzI/AAAAAAAAACI/FMncp3twFw4/s320/sunday_gem.jpeg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#000000;"&gt;สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์ อัญมณีที่ถูกโฉลกคือ ทับทิม, โกเมนเพทาย, เพชรสีแดง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5107742625997024978" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuJY2zqsbtI/AAAAAAAAABY/521xifqF9Kw/s320/monday_gem.jpeg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#000000;"&gt;สำหรับคนเกิดวันจันทร์ อัญมณีที่ถูกโฉลกคือ มุกดา, บุษราคัม, แซฟไฟร์สีเหลือง ซิทริน, อำพัน, เพชรสีเหลือง และไข่มุกสีทอง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5107742853630291682" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuJZEDqsbuI/AAAAAAAAABg/jFKFIUOcOH4/s320/tuesday_gem.jpeg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#ffccff;"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;สำหรับคนเกิดวันอังคาร อัญมณีที่ถูกโฉลกคือ ปะการัง, แซฟไฟร์สีชมพู, โรส ควอตซ์เพชรสีชมพู และไข่มุกสีชมพู&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5107743214407544578" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuJZZDqsbwI/AAAAAAAAABw/YCozVqg5NwA/s320/wednesday_gem.jpeg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;สำหรับคนเกิดวันพุธ อัญมณีที่ถูกโฉลกคือ มรกต, หยก, กรีน, ทูร์มาลีนมาลาไคต์ เพริดอต, เขียวส่อง และโกเมนสีเขียว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5107742952414539506" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuJZJzqsbvI/AAAAAAAAABo/Yj_6eh4_x_k/s320/thursday_gem.jpeg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#ff6600;"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;สำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดี อัญมณีที่ถูกโฉลกคือ ไฟร์ โอปอล, คาร์เนเลียนไพฑูรย์, โกเมนสีส้ม, แซฟไฟร์สีส้ม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5107743411976040210" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuJZkjqsbxI/AAAAAAAAAB4/73NRivsGoAI/s320/friday_gem.jpeg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#000000;"&gt;สำหรับคนเกิดวันศุกร์ อัญมณีที่ถูกโฉลกคือ ไพลิน, บลูโทปาซ, ลาพิสลาซูลีเทอร์ควอยซ์, เพทายสีฟ้า และเพชรสีฟ้า-สีน้ำเงิน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5107742492853038786" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuJYvDqsbsI/AAAAAAAAABQ/AfYb2gmjVCY/s320/saturday_gem.jpeg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#000000;"&gt;สำหรับคนเกิดวันเสาร์ อัญมณีที่ถูกโฉลกคือ อเมทิสต์, แซฟไฟร์สีม่วงนิล, หยกดำ, โอ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-425335289124232844?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/425335289124232844/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=425335289124232844&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/425335289124232844'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/425335289124232844'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/blog-post_08.html' title='อัญมณีประจำวันเกิด'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuJa9TqsbzI/AAAAAAAAACI/FMncp3twFw4/s72-c/sunday_gem.jpeg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-2199431388318305706</id><published>2007-09-07T16:30:00.001+07:00</published><updated>2008-12-09T22:51:34.825+07:00</updated><title type='text'>สะระแหน่</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuEaFzqsbnI/AAAAAAAAAAc/htKNiQTRHeM/s1600-h/26286.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5107392139485802098" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuEaFzqsbnI/AAAAAAAAAAc/htKNiQTRHeM/s200/26286.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;สะระแหน่ ผักชนิดนี้มักถูกนำมาประดับอาหารประเภท ลาบ ยำ อยู่บ่อย ๆ จนหลายคนคิดว่าสะระแหน่เป็นไม้ประดับจริง ๆ เพราะมักถูกวางทิ้งไว้ข้างจาน อย่างน่าเสียดายประโยชน์ที่มีอยู่ในตัว&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#009900;"&gt;ประโยชน์ที่ว่า&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;คือ สะระแหน่ใช้เป็นยาดับร้อน ถอนพิษไข้ ขับลม ขับเหงื่อ รักษาอาการ หวัดได้ และยังสามารถแก้อาการ ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อได้ และหากนำน้ำ ที่คั้นจากต้น และใบมาใช้ดื่ม ก็จะช่วยขับลมในกระเพาะได้ หรือใครจะกินสด ๆ เพื่อดับกลิ่นปากก็ยังได้&lt;br /&gt;นอกจากนี้ การบริโภคสะระแหน่ ยังช่วยให้สมองปลอดโปร่ง โล่งคอ ป้องกัน ไข้หวัด บำรุงสายตา และช่วยให้หัวใจแข็งแรง&lt;br /&gt;หากใครมีอาการปวดศีรษะ ปวดฟัน เจ็บคอ เจ็บปาก เจ็บลิ้น ก็ให้ดื่มน้ำต้มใบสะระแหน่ 5 กรัม กับน้ำ 1 ถ้วย ผสมเกลือเล็กน้อย วันละ 2 ครั้ง น้ำต้มใบสะระแหน่ ยังสามารถรักษา อาการบิดท้องร่วง อุจจาระเป็นเลือด&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#cc0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#cc0000;"&gt;ส่วนการแก้พิษ&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;แมลงสัตว์กัดต่อย ทำได้โดยตำใบ สะระแหน่ให้ละเอียด แล้วพอกบริเวณ ที่โดนกัด อย่าลืมว่า ใบสะระแหน่ ที่สดและอ่อน จะมีคุณค่ามากกว่าใบสะระแหน่แห้ง รู้แบบนี้แล้ว อย่าปล่อยให้สะระแหน่เป็นเพียงไม้ประดับจานอีกต่อไป จงจัดการให้เรียบ อย่าให้เหลือ ไม่งั้น เสียดายแย่&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-2199431388318305706?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/2199431388318305706/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=2199431388318305706&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/2199431388318305706'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/2199431388318305706'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/blog-post_07.html' title='สะระแหน่'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/RuEaFzqsbnI/AAAAAAAAAAc/htKNiQTRHeM/s72-c/26286.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-571019850045456231</id><published>2007-09-07T07:22:00.000+07:00</published><updated>2007-09-07T07:22:18.688+07:00</updated><title type='text'>อ่านซะ</title><content type='html'>&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;1&lt;span style="font-family:lucida grande;"&gt;. จงใช้เวลาแก่ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เติบโตอย่างช้าๆ อย่าใจเร็วด่วนได้ ความชอบพออย่างแท้ จริงจะค่อยๆ เป็นไปอย่างช้าๆ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;2. จงซื่อสัตย์และเปิดเผยกับคนรัก การโกหก ไม่ซื่อสัตย์จะทำลายมิตรภาพ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;3. จงกระทำต่อผู้อื่นเหมือนอย่างที่คุณอย่างให้ผู้อื่นเขากระทำต่อตัวคุณ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;4. นึกไว้เสมอว่าคนรักของคุณไม่ใช่คนดีพร้อม ไม่มีใครดีหมดทุกอย่าง บางทีข้อบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ ของคนรัก ก็กลายเป็นความน่ารักได้ ถ้าคุณใจกว้างพอ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;5. จงภูมิใจในความสำเร็จของคนที่คุณรัก อย่านำไปเปรียบเทียบกับความสำเร็จของคุณหรือคนอื่นๆ เป็นอันขาด จงมองเฉพาะที่คนรักของคุณทำได้ จะมากกว่าคุณหรือน้อยกว่าคุณก็ “ดีมาก” ทั้งนั้น &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;6. อย่าคาดหวังว่าทุกอย่างจะราบรื่นเสมอ แม้คนที่กำลังรักกันแทบจะกลืนกิน ก็ยังมีข้อขัดแย้งหรือไม่ลงรอยได้บ้าง &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;7. ถ้าคุณพบคู่รักบางคู่คุยว่า เขาไม่เคยทะเลาะกันเลย ก็อย่าไปใส่ใจมากนัก เพราะเขาอาจไม่ได้ พูดกันเลย หรือไม่รักกันเลยก็ได้ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;8. ในกรณีที่ยังไม่มีคู่รักที่แท้จริง จงเปิดใจให้โอกาสพบปะผู้คนอื่นๆ ให้มากขึ้น คุณจะได้มีโอกาสพบคนที่คุณอยากรักจริงๆ ได้ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;9. จงมีส่วนร่วมต่อการสร้างความสัมพันธ์ อย่าคิดถึงความได้เปรียบเสียเปรียบ ถ้าคุณให้ของขวัญราคาแพงแก่คนรัก แต่เขาตอบแทนด้วยของขวัญราคาด้วยกว่า ก็ไม่เป็นไรเพราะเขาอาจไม่ สามารถให้อะไรกับตัวคุณได้เท่าที่คุณคาดหวังเอาไว้ ฝ่ายที่รับของจากคนรัก จงหาทางตอบแทนเสมอ แม้จะไม่เท่าและไม่เหมือนกันก็ไม่เป็นไร อย่าเป็นฝ่ายรับฝ่ายเดียว &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;10. จงเป็นนักฟังที่ดี แสดงว่าคุณเอาใจใส่และสนใจเขา เท่ากับแสดงว่าเขาเป็นคนสำคัญ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;11. จงยิ้มกับคนรักเสมอ การยิ้มทำให้รู้สึกว่าคุณเป็นคนมีมิตรไมตรี &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;12. อย่าเปิดเผยความลับ หรือนินทาคนรักลับหลัง เพราะจะเป็นพิษต่อความรักอย่างยิ่ง &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;13. อย่าใช้ความรักไปหลอกลวงคนอื่น &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;14. จงถามเพื่อนที่สนิทว่า คุณมีจุดเด่นที่น่าประทับใจ หรือจุดอ่อนตรงไหนบ้าง ทุกคนมีจุดอ่อนในตัว คุณจะได้พัฒนา ปรับปรุงตัวเองให้น่ารักมากขึ้น &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;15. จงให้เวลาสำหรับความรักและคนรัก อย่าโหมทำงานมาก หรือออกสังคมมากไป จนทำให้สูญเสียคนที่เรารักและห่วงใยไป &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;16. จงบอกคนรักว่า เขาทำให้คุณสุขหรือสบายใจอย่างไร เขาพอใจที่จะได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น เช่น “อยู่กับคุณแล้วรู้สึกสบายใจและมั่นใจดีมาก” &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;17. อย่าพูดตัดพ้อ หรือต่อว่าโดยไม่คิด เช่น “คุณผิดเวลาอีกแล้ว” หรือ หรือ “คุณไม่รักฉันจริง” แต่จงบอกคนรักว่า “ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ใจคิดถึงคุณจัง” ทำนองนั้น &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;18. อย่าท้อแท้เมื่อเกิดความเข้าใจผิดหรือขัดใจกัน จงทำสิ่งที่เลวร้ายให้กลายเป็นสิ่งที่ดีงามต่อไป โดยมุ่งมั่นถึงการรักษาสัมพันธภาพที่ดีเอาไว้ และพยายามควบคุมช่วงเวลาเลวร้ายเหล่านั้นเอาไว้ ให้ได้ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;19. เรียนรู้อารมณ์ของคนที่คุณรัก อย่าหวังว่าเขาจะสดชื่น หรือเอาใจเก่งตลอดเวลา ในยามเขาเคร่งเครียดเหน็ดเหนื่อยจงอย่าสั่ง แต่จงให้ความสบายกายและความสบายใจแก่เขาตลอด &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;20. อย่าลืมคำชมเชย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีแก่ทุกคน จงชมคนที่คุณรัก คำชมจะทำให้ความรักยั่งยืน &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;21. จงมีกิจกรรมร่วมกันที่สนุกสนาน เช่น การเดินทางท่องเที่ยวที่ไม่ลำบากนัก เล่นกีฬาบางอย่างด้วยกัน หรือเดินเล่นด้วยกัน เป็นต้น &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;22.กิจกรรมบางอย่างที่เราไม่ชอบ แต่คนรักชอบก็น่าจะลองกิจกรรมเหล่านั้นดูบ้าง &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;23. สนใจและช่วยจัดการในสิ่งจำเป็นของอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น ถ้ารู้ว่าอีกฝ่ายจะเดินทางไปไกล จงคิดว่าเขาน่าจะต้องการอะไรเพิ่มเติมบ้าง จงช่วยจัดหาหรือเพิ่มเติมให้เขานั้นแสดงถึงความเอาใจใส่ เขาอย่างแท้จริง &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;24. อย่าคาดหวังว่าคนรักจะให้สิ่งที่คุณต้องการได้ครบถ้วน เพราะจะทำให้คุณผิดหวัง และเป็นอันตรายต่อความรัก &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#000099;"&gt;25. อย่าดูหมิ่นหรือดูถูกคนรักว่าด้อยกว่า หรือเป็นหนี้บุญคุณ จงมองคนรักเหมือนคนที่เพิ่งพบและรู้ จักกัน และรักกันใหม่ๆ ทำให้เกิดความสนใจใยดีอยู่เสมอๆ ทุกๆ วัน ไม่เกิดความเบื่อหน่าย จำเจ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;26. อย่าบีบบังคับความรัก เพราะความรักไม่อาจสร้างขึ้นตามความต้องการได้ แต่จงปล่อยให้มันพัฒนาไปตามเงื่อนไขของมันเอง อาจจะเริ่มจากมิตรภาพก่อนแล้วกลายเป็นความรักก็ได้&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;หลายๆ คนอ่านแล้วบอกว่าทำได้ยาก แต่อยากจะบอกว่า ไม่มีสิ่งใดยากเกินไปหรอก ถ้าเราทำเพื่อการพัฒนาตนเอง และพัฒนาความรัก จงใช้หลักง่ายๆ อีก 4 ข้อ คือ&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#009900;"&gt;1.ฝืนทำบ่อยๆ แรกๆ ทำไม่คล่อง ก็จงฝืนทำไป &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#009900;"&gt;2.ฝึกบ่อยๆ จนเป็นนิสัยที่ดีงาม &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#009900;"&gt;3.ข่มใจ อย่าเพิ่งเลิก อย่าเพิ่งท้อถอย ถ้าผลออกมาไม่ถูกใจ หรือเกิดความโกรธหรือเบื่อหน่ายกลางคันเสียก่อน ก็จงข่มใจทำต่อไป ช่วยทำให้เกิดการฝืนและการฝึกบ่อยๆ ได้ดีขึ้น &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:130%;color:#009900;"&gt;4.ลดตัวเองลง ต้องหมั่นลดตัวเอง อย่าอีโก้สูงนัก หรือคิดถึงแต่ตัวเองหรือมาตรฐานของตัวเองตลอดเวลา เพราะจะทำให้คุณทำสิ่งใหม่ๆ ที่ดีๆ ไม่ได้เลย ลองดูนะ แล้วคุณจะมีความรักที่งดงามในหัวใจ และความรู้สึกได้แน่ๆ เป็นความสุขที่ใครๆ ก็อยากได้ เราขอให้ทุกท่านจงมีชีวิตใหม่ มีความรักใหม่ที่&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-571019850045456231?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/571019850045456231/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=571019850045456231&amp;isPopup=true' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/571019850045456231'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/571019850045456231'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/blog-post.html' title='อ่านซะ'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-6899037981165069063</id><published>2007-09-06T19:06:00.001+07:00</published><updated>2008-12-09T22:51:35.079+07:00</updated><title type='text'>'สปาเกตตี้ไก่สับ'</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/Rt_s3DqsbmI/AAAAAAAAAAU/aumqlzQHqUo/s1600-h/26289.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5107060933082771042" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; CURSOR: hand" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/Rt_s3DqsbmI/AAAAAAAAAAU/aumqlzQHqUo/s200/26289.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;เครื่องปรุง - ส่วนผสม&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;1. เส้นสปาเก็ตตี้ 200 กรัม &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;color:#33cc00;"&gt;2. เนื้ออกไก่สับ 200 กรัม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;color:#33cc00;"&gt;3. เกลือป่น 1 ช้อนชา &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;color:#33cc00;"&gt;4. มะเขือเทศหั่นเป็นลูกเต๋า 4 ผล &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;color:#33cc00;"&gt;5. พริกหวานหั่นเป็นลูกเต๋า 1 ลูก &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;color:#33cc00;"&gt;6. เนยสด 4 ช้อนโต๊ะ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;color:#33cc00;"&gt;7. หอมหัวใหญ่สับหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;color:#33cc00;"&gt;8. ซอสมะเขือเทศ 4 ช้อนโต๊ะ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;color:#33cc00;"&gt;9. ซีอิ๊วขาว 1ช้อนโต๊ะ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;color:#33cc00;"&gt;10.พริกไทย 1 ช้อนชา &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;color:#33cc00;"&gt;11.น้ำมันมะกอก 1/2 ช้อนชา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;12. ใบโหระพา 2 ใบ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;&lt;strong&gt;ลงมือเข้าครัว&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;color:#000099;"&gt;1. นำเส้นสปาเกตตีไปลวก โดยใส่เกลือลงในน้ำเล็กน้อย เมื่อเส้นสุกได้ที่แล้ว ก็นำขึ้นแช่ในน้ำเย็นจัด ก่อนจะตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ใส่น้ำมันมะกอกลงไปเล็กน้อย คลุกเคล้ากับเส้นให้ทั่วเพื่อเส้นจะได้ไม่ติดกัน&lt;br /&gt;2. นำไก่สับมาปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว พริกไทยเล็กน้อย หมักไว้สักครู่&lt;br /&gt;3. ตั้งกระทะใช้ไฟกลาง ใส่เนยลงไปเล็กน้อย จากนั้นใส่หอมหัวใหญ่ผัดจนหอม ตามด้วยเนื้อไก่ จากนั้นปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสมะเขือเทศ พริกไทย เกลือป่น&lt;br /&gt;4. จัดเส้นสปาเกตตี้ใส่จาน จากนั้นราดด้วยซอสที่ปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้น ก็โรยหน้าด้วยใบโหระพา ยกเสิร์ฟได้ทันที&lt;br /&gt;เป็นไงบ้างคะ อาหารจานเส้นในวันนี้ เมนูง่าย ทำง่าย แต่รับรองว่าอร่อยแน่นอนครับ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-6899037981165069063?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/6899037981165069063/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=6899037981165069063&amp;isPopup=true' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/6899037981165069063'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/6899037981165069063'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/09/blog-post_06.html' title='&apos;สปาเกตตี้ไก่สับ&apos;'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_qbSCJSrq6vk/Rt_s3DqsbmI/AAAAAAAAAAU/aumqlzQHqUo/s72-c/26289.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-5585204047813530618</id><published>2007-08-31T19:23:00.000+07:00</published><updated>2007-08-31T19:23:21.502+07:00</updated><title type='text'>***You WITH Me***</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:trebuchet ms;"&gt;เพลง: รออยู่ตรงนี้ อัลบั้ม: The Strangers (เดอะสเตรนเจอร์ส) ศิลปิน: The Strangers (เดอะสเตรนเจอร์ส) : Champ (Love Is) ก็ไม่รู้ว่าควรต้องทำยังไง ให้เรื่องที่ทรมานนี้มันจางหาย คอยปลอบตัวเองคอยย้ำข้างในหัวใจ ว่าวันดีๆจะคืนย้อนมาอีกครั้ง เฝ้ามองดูเธอในยามนี้ที่หลับไหล ยังมีคำๆ นี้ให้เธอเสมอ ได้ยินไหมคำ ว่ารักเธอได้ยินไหม * ทุกสิ่งข้างในหัวใจ ยังเป็นของเธออยู่อย่างนั้น คืนจะเปลี่ยนจะผันไปเท่าไหร่ ก็จะขออยู่ตรงนี้ จนวินาทีสุดท้าย ** เพื่อรอให้เธอนั้นตื่นอีกครั้ง เพื่อรอให้เธอได้จับมือฉัน เพื่อเธอเท่านั้นคนดี จะอยู่อย่างนี้ทุกวัน ยืนยันไม่จากไปไหน แม้ว่าจะนานอีกสักเท่าไหร่ แม้ว่าเธอจะรับรู้หรือไม่ ฉันเองก็จะยังทำอยู่อย่างนั้น จนกว่าตัวฉันจะหมดลมหายใจ ได้ยินไหมเธอ ว่ารักเธอได้ยินไหม เธอจะรู้สึกไหมว่าตอนนี้กุมมือเธอ ที่หยดบนมือเธอคือน้ำตาจากฉัน ได้ยินไหมคำ ว่ารักเธอได้ยินไหม &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-5585204047813530618?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/5585204047813530618/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=5585204047813530618&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/5585204047813530618'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/5585204047813530618'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/08/you-with-me.html' title='***You WITH Me***'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8900934384605051270.post-7731986033444239654</id><published>2007-08-31T19:17:00.001+07:00</published><updated>2007-08-31T19:17:23.151+07:00</updated><title type='text'>+++ WItH LoVe+++</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;การที่เรารักใครสักคน . . . ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลว่าทำไมเราจึงรักเขาแต่ให้รู้ว่า . . . ทุกวันนี้เรารักและต้องรักให้ดีที่สุดก็พอ การที่เรารักใครสักคน . . . ไม่ต้องสนว่ามีอุปสรรคมากมายเท่าใดแต่ควรจะนึกขอบคุณโชคชะตาที่สร้างให้มีอุปสรรค . . .เพื่อให้เราได้ร่วมฟันฝ่าไปด้วยกัน การที่เรารักใครสักคน...ไม่ต้องเสียเวลาคิดว่าเค้าทำอะไรเพื่อเราบ้างแต่ควรถามตัวเองว่า . . .วันนี้เราทำอะไรเพื่อคนที่เรารักหรือยัง การที่เรารักใครสักคน...ไม่ต้องไประแวงว่าเค้าจะมีคนอื่นนอกเหนือจากเราแต่ควรระวังใจของเราเอง . . .ที่จะไปรับคนอื่น เข้ามาแทนที่เค้า การที่เรารักใครสักคน...คำว่า "แพ้" หรือ "ชนะ" ไม่สำคัญสิ่งที่สำคัญคือ เราจะประคองความรักไปด้วยกันได้อย่างไร การที่เรารักใครสักคน...ไม่ใช่การสัมผัสเพียงกายฃแต่เป็นหัวใจของเราต่างหาก ที่แนบชิดกัน การที่เรารักใครสักคน...ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งของนอกกายใดๆเพราะความรักไม่สามารถซื้อหรือแลกมาได้ด้วยทรัพย์สินเงินทอง การที่เรารักใครสักคน...ไม่ต้องคอยนับว่า เค้ามีข้อเสียมากมายแค่ไหนเพราะความรักจะช่วยทำให้เรารู้จักอภัย . . .และมองข้ามข้อบกพร่องนั้นไปได้ การที่เรารักใครสักคน...อาจทำให้เราตาบอดจนมองไม่เห็นความจริงบางอย่างแต่ก็ทำให้เราได้เข้าใจว่า . . .ความสุขจากการได้รักใครสักคนนั้น. . . ยิ่งใหญ่แค่ไหน เพราะ "ความรัก" เป็นบทเรียนดีๆที่ไม่อาจเข้าใจได้ถ่องแท้ . . .ถ้าไม่ได้สัมผัสด้วยตนเอง&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8900934384605051270-7731986033444239654?l=black55.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://black55.blogspot.com/feeds/7731986033444239654/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8900934384605051270&amp;postID=7731986033444239654&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/7731986033444239654'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8900934384605051270/posts/default/7731986033444239654'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://black55.blogspot.com/2007/08/with-love.html' title='+++ WItH LoVe+++'/><author><name>Black</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11147767977044749883</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://i239.photobucket.com/albums/ff121/redtaro_eak/black.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
